คันโต

8 สถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียวช่วง “ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี”


ทุกครั้งที่มาเยือนโตเกียว ซึ่งเป็นมหานครในญี่ปุ่น จะต้องนึกถึงช่วง “ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี” โดยเป็นช่วงของฤดูใบไม้ร่วง จะเห็นได้ในโตเกียว ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงเดือนตุลาคม สีสันจะสูงสุดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน และใบไม้เปลี่ยนสีบางส่วนจะคงอยู่ไปจนถึงประมาณกลางเดือนธันวาคม ดังนั้นในหนึ่งปีโดยเฉลี่ย ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวจะเริ่มตั้งแต่ 15 ตุลาคมถึง 15 ธันวาคม โดยมีจุดเปลี่ยนสีสูงสุดประมาณ 15 พฤศจิกายนของทุกปี ไม่เพียงแค่นั้นในแต่ละปี ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามจะเริ่มขึ้นในพื้นที่ที่หนาวเย็นกว่าทางตอนเหนือของฮอกไกโด และค่อยๆ เคลื่อนลงใต้ไปยังตอนกลางและตอนใต้ของญี่ปุ่น ในแต่ละภูมิภาค ภูเขาจะถูกแต่งแต้มสีสันจากปรากฎการณ์นี้ก่อน จากนั้นฉากของใบไม้หลากสีจะกระจายออกไปสู่สวนในเมือง สวนสาธารณะ และวัดวาอาราม ซึ่งเป็นพื้นที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม

8 จุดเชคอินใบไม้เปลี่ยนสีใน “โตเกียว” ควรมาเยือน

สวนสาธารณะฮิบิยะ (Hibiya Park)

IMG BY : en.wikipedia

ที่แรกที่ขอแนะนำสำหรับมาเยือนโตเกียว ต้องมีสวนสาธารณะฮิบิยะ สวนฮิบิยะซึ่งเปิดในปี 1903 เป็นสวนสาธารณะสไตล์ตะวันตกแห่งแรกของโตเกียว แปลงดอกไม้เขียวชอุ่ม หนา และมีสีสันสวยงาม บานสะพรั่งหลากสีสันตลอดปี เป็นโอเอซิสที่แท้จริงในใจกลางกรุงโตเกียวที่วุ่นวาย เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงในโตเกียว หนึ่งในไฮไลท์ของสวนคือ “แปะก๊วยเสี่ยงทาย” เป็นแปะก๊วยที่ใหญ่ที่สุดในสวนฮิบิยะ กล่าวกันว่ามีอายุระหว่าง 400 ถึง 500 ปี และเจ้าต้นไม้นี้เกือบจะตกเป็นเหยื่อของการสร้างสวนครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ผู้ออกแบบหลักของต้นไม้กล่าวว่าเขาจะย้ายต้นไม้ต้นนี้ “แม้ว่าจะต้องแลกกับคอของเขาก็ตาม” ฟังไปอาจจะดูน่ากลัวราวกับคำพูดในยุคซามูไร แต่จริงๆ แล้วมันคือคำเปรียบเทียบ ซึ่งหมายถึงอาชีพของเขา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ต้นแปะก๊วยขนาดใหญ่ที่สวยงามแห่งนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นแปะก๊วยที่เสี่ยงอันตรายมาตลอดตั้งแต่ยืนต้นมา ซึ่งได้ครอบครองทิวทัศน์ด้วยใบที่แตกกิ่งก้านสาขามากมาย

ที่อยู่ เลขที่ 1 แขวงฮิบิยะโคเอ็น เมืองชิโยดะ กรุงโตเกียว 100-0012 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง
โทรศัพท์ +81 3-3501-6428

สวนโคอิชิกาวะ โคระคุเอ็น (Koishikawa Korakuen Gardens)

IMG BY : japan-guide

สวนโคอิชิกาวะ โคระคุเอ็น จัดว่าเป็นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว สร้างขึ้นโดยขุนนางของโทคุกาวะ แห่งอาณาจักรมิโตะ ในช่วงต้นยุคเอโดะ โดยมีลักษณะเป็นสวนทรงกลม มีทั้งสระน้ำและเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้หลากหลายชนิดที่เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง จึงกลายเป็นจุดยอดนิยมที่ควรมาเยือนปีนี้มาก มีจุดชมภายในสวนสองจุดที่อยากแนะนำ แห่งหนึ่งอยู่ริมแม่น้ำโออิกาวะที่สร้างขึ้นให้คล้ายกับอาราชิยามะของเกียวโต อีกสะพานหนึ่งคือสะพานที่เรียกว่า “โทเกสึเคียว” (Togetsukyo) ซึ่งอยู่ด้านหลังศาลาคันโทกุ (Kantoku) ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของต้นเมเปิลที่สดใสจนน่าทึ่ง หากใครจะมาต้องดูช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมสีสันของฤดูใบไม้ร่วง โดยมีต้นเมเปิลญี่ปุ่น ต้นแว็กซ์ ต้นเซลโคว่าญี่ปุ่น และต้นแปะก๊วยจำนวนมากจะถูกย้อมอย่างสวยงามตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม สร้างทัศนียภาพแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมโดยเฉพาะ นับว่าเป็นมนต์เสน่ห์ที่ยากที่จะลืมเลือนอีกด้วย

ที่อยู่ เลขที่ 1 โชเมะ 6-6 แขวงโครากุ เมืองบันเคียว กรุงโตเกียว 112-0004 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 9.00-17.00 น.
โทรศัพท์ +81 3-3811-3015

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเมจิจิงกุ ไกเอ็น (Meijijingu Gaien)

IMG BY : gltjp

จุดนี้นับว่าดึงดูดต่างชาติของจริงกับ “Meijijingu Gaien” โดยเป็นสนามกีฬามาก่อน ซึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีนี้เป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นสถานที่หลักสำหรับการแข่งขันกีฬาตะวันออกไกลในปี พ.ศ. 2473 มันถูกทุบทิ้งเพื่อให้มีที่สำหรับสนามกีฬาโอลิมปิกโตเกียวในปี 1956 สนามกีฬาจุผู้ชมได้ 65,000 คน เมื่อเห็นภาพฤดูใบไม้ร่วงในโตเกียวก็จะนึกถึงมุมนี้ขึ้นมาทันที จากสี่แยก Aoyama Nichome ไปจนถึงสวนด้านนอกของศาลเจ้าเมจิ มีถนนยาว 300 เมตรที่เรียงรายไปด้วยต้นแปะก๊วยสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้สีทองในฤดูใบไม้ร่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโตเกียว ถนนทั้งสายประกอบด้วยต้นไม้ทั้งหมด 146 ต้น ทำให้เกิดเป็นอุโมงค์ทองอันน่าทึ่งซึ่งทอดยาวไปสู่สวนของศาลเจ้า และยังมีหอศิลป์อนุสรณ์เมจิที่ตระหง่านอยู่ด้านหลังทำให้ใบไม้สีทองและท้องฟ้าสีครามในฤดูใบไม้ร่วงดูราวกับภาพวาด กลายเป็นจุดยอดนิยมที่สร้างรายได้เข้าประเทศเยอะมาก

ที่อยู่ เลขที่ 1-1 แขวงคาสุมิกาโอคะมาชิ เมืองชินจุกุ กรุงโตเกียว 160-0013 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง
โทรศัพท์ +81 3-3401-0312

สวนฮามาริคิว (Hamarikyu Gardens)

IMG BY : touristinjapan

สวนฮามาริคิวตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุมิดะและอ่าวโตเกียว เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำขึ้นน้ำลงที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโตเกียว สวนฮามาริคิวเป็นหนึ่งในสวน Daimyo (ไดเมียว แปลว่า ขุนนางศักดินา) ที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว และได้รับการจัดสรรให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญเป็นพิเศษของญี่ปุ่น เนื่องจากสวนฮามาริคิวที่สวยงามครั้งหนึ่งเคยเป็นของขุนนางศักดินาแห่งตระกูลโทคุกาวะ ทุกวันนี้พื้นที่เขียวขจีทำหน้าที่เป็นสถานที่พักผ่อนตามธรรมชาติสำหรับทั้งชาวโตเกียวและนักท่องเที่ยว ให้การพักผ่อนอย่างสงบกลางป่ากลางเมืองของโตเกียว ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลหลากหลายชนิดจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ของสวนเป็นสีแดงเข้มและสีเหลืองทอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นหลังของอาคารสูงระฟ้าสมัยใหม่ทำให้ทิวทัศน์ของสวนฮามาริกิวสวยงามเหมือนจริง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาดสำหรับการเที่ยวชมโตเกียวในฤดูใบไม้ร่วง

ที่อยู่ เลขที่ 1-1 แขวงฮามาริคิวเทอิเอ็น เมืองชูโอะ กรุงโตเกียว 104-0046 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 9.00-17.00 น.
โทรศัพท์ +81 3-3541-0200

สวนสาธารณะมิซูโมโตะ (Mizumoto Park)

IMG BY : en.wikipedia

สวนมิซูโมโตะเป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเขตเมืองหลวงทั้งหมดของโตเกียว ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ไฮไลท์อยู่ที่ต้นเรดวู้ด ที่พร้อมเปลี่ยนสีรับรุ่งอรุณประมาณ 1,800 ต้น หรือที่เรียกว่าป่าเมตาเซโคเอีย (Metasequoia) และใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงาม ถัดจากจัตุรัสกลางของสวนคือ “ป่าเมตาเซโคเอีย” ซึ่งมีต้นเรดวู้ดกว่า 1,800 ต้น ส่วนใหญ่สูงกว่า 20 เมตร เมื่อถึงฤดูกาลนั้นจะเผยความแตกต่างระหว่างท้องฟ้าสีฟ้าใสและใบไม้สีแดงเป็นทิวทัศน์ที่น่าหลงใหล ต้นไม้ขนาดใหญ่หลากสีสันยังสะท้อนบนพื้นผิวของบ่อน้ำในบริเวณใกล้เคียง ทำให้การเดินเล่นในสวนมิซูโมโตะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ที่นี่ยังมีสวนริมน้ำขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้ พืชน้ำ และพื้นที่เปิดโล่งแห่งนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการเดินเล่น ใครที่มาทริปคู่รักย่อมถูกใจกับที่นี่ เพราะให้บรรยากาศที่โรแมนติกมากจริงๆ มากซะเหมือนซีรีส์ญี่ปุ่นสักเรื่องเลยล่ะ

ที่อยู่ เลขที่ 3-2 แขวงมิซูโมโตะโคเอ็น เมืองคัตสึชิกะ กรุงโตเกียว 125-0034 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง
โทรศัพท์ +81 3-3607-8321

สวนสาธารณะโชวะคิเน็น (Showa Memorial Park)

IMG BY : th.m.wikipedia

“สวนสาธารณะโชวะคิเน็น” นับว่าเป็นโซนที่น่าเที่ยวเพื่อชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมากๆ ซึ่งมีบริเวณคลองยาว 200 เมตร และพื้นที่ของสวนโชวะคิเน็นมีขนาดใหญ่ถึง 16,300 เอเคอร์ ในฤดูใบไม้ร่วงเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว ต้นแปะก๊วยประมาณ 100 ต้นที่เรียงรายอยู่ในคลองแห่งนี้ ใบไม้สีสันสดใสสะท้อนบนผิวน้ำอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวหลักของสวนแห่งนี้คือตรอกแปะก๊วยที่ทอดยาวประมาณ 300 เมตร เรียงรายไปด้วยต้นไม้กว่า 100 ต้นที่สูงกว่า 20 เมตร เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ใบไม้ที่สดใสจะร่วงหล่นลงสู่พื้นและสร้างเป็นพรมใบไม้สีทองที่สวยงาม หลังจากเดินเล่นไปตามถนนสีทองแล้ว ทำไมไม่ลองเยี่ยมชมสวนญี่ปุ่นและต้นเมเปิ้ลจำนวนมากดูล่ะ จุดนี้นับว่าสวยไม่แพ้กัน พอมาที่นี่ปุ๊บ จะเหมือนอยู่ในยุโรปเลยล่ะ หากใครชอบเล่นโซเชียลมีเดีย สามารถลงโซเชียลมีเดียได้จากจุดนี้ รับรองเรียกยอดไลค์ได้ปังๆ แน่นอน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมสีสันของฤดูใบไม้ร่วงคือ ตลอดเดือนพฤศจิกายน ในขณะที่สวนญี่ปุ่นจะสวยงามที่สุดในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน

ที่อยู่ เลขที่ 3173 แขวงมิโดริโช เมืองทาชิคาวะ กรุงโตเกียว 190-0014 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ ปิดทำการทุกวัน 9.30-17.00 น.
โทรศัพท์ +81 42-528-1751

ยอดเขาทาคาโอะ (Mount Takao)

IMG BY : japan-guide

ยอดเขาทาคาโอะนับว่าเป็นโซนที่โดดเด่นเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีมากๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สันทนาการทางธรรมชาติที่ใกล้กับใจกลางโตเกียวมากที่สุด มีทัศนียภาพที่สวยงาม วัดที่น่าสนใจ และโอกาสในการเดินป่าที่น่าดึงดูดใจ แม้จะอยู่นอกใจกลางเมือง แต่ภูเขาก็ยังตั้งอยู่ในเขตมหานครโตเกียวและใช้เวลาเพียง 50 นาทีและ 390 เยนในการเดินทางจากชินจุกุโดยรถไฟ นอกจากนี้การเดินทางด้วยเส้นทางเดินเขาจำนวนมากมายที่ทอดขึ้นไปยังเนินเขาทาคาโอะ ผู้เข้าชมส่วนใหญ่ใช้เส้นทางหมายเลข 1 ซึ่งกว้าง ส่วนใหญ่เป็นทางลาดยางและผ่านสถานที่สำคัญทั้งหมดเมื่อคดเคี้ยวไปจนถึงจุดสูงสุดของยอดเขาสูง 599 เมตร เส้นทางอื่นๆ จะแคบกว่า ไม่ลาดยาง และมองเห็นการจราจรน้อยกว่ามาก การขึ้นสู่ยอดเขาทาคาโอะตามเส้นทางหมายเลข 1 ใช้เวลาประมาณ 90 นาทีจากฐานภูเขา แต่เวลาดังกล่าวสามารถลดลงครึ่งหนึ่งได้โดยใช้กระเช้าลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดอำนวยความสะดวกที่ทอดยาวไปถึงครึ่งทางของภูเขา ยอดเขาทาคาโอะถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์กลางของการบูชาบนภูเขามากว่า 1,000 ปี ซึ่งมียาคุโออินเป็นวัดที่สวยงาม ตั้งตระหง่านอยู่ตามทางเดินใกล้กับยอดเขา นักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะที่นั่นเพื่ออธิษฐานต่อเทพเจ้าบนภูเขาในศาสนาพุทธนิกายชินโต (เท็งงู) เพื่อขอโชคลาภ รูปปั้นของเทพเจ้าองค์หนึ่งมีจมูกยาวและอีกองค์มีจะงอยปากอีกาสามารถพบได้ที่วัดและจุดอื่นๆ รอบภูเขา

ที่อยู่ แขวงทาคาโอะมาชิ เมืองฮาชิโอจิ กรุงโตเกียว 193-0844 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ/มรดกทางวัฒนธรรม
เปิดทำการ
โทรศัพท์

สวนริมทะเลฮิตาชิ (Hitachi Seaside Park)

IMG BY : visit.ibarakiguide

ปิดท้ายที่สวนฮิตาชิ ซึ่งเป็นสวนติดทะเลขนาดใหญ่ในจังหวัดอิบารากิ ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมงโดยระบบขนส่งสาธารณะ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 200 เฮกตาร์ เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ในบรรดาทุกฤดูกาล ฤดูใบไม้ร่วงอาจสวยงามที่สุด เมื่อดอกคอสมอสประมาณสองล้านดอกบานสะพรั่ง จุดเด่นอีกอย่างของสวนคือต้นโคเคียสีแดงสดที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่เรียกว่าเนินเขามิฮาราชิ โดยมีต้นโคเชียประมาณ 32,000 ต้น โดยมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมสีสันของฤดูใบไม้ร่วง ในฤดูร้อน ดอกโคเชียจะเปล่งประกายเป็นสีเขียวชอุ่มและค่อยๆ เปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนไปจนถึงเนินเขาทั้งลูกเป็นสีแดงสดเข้มในช่วงกลางเดือนตุลาคม เหมาะทั้งสายเทรลและสายปั่นจักรยานอย่างมาก ซึ่งให้ความสะดวกสบายต่อนักท่องเที่ยว แถมตอบโจทย์ความโลกสวยได้มากกว่าที่เป็น

ที่อยู่ เลขที่ 605-4 แขวงฮิตาชินะกะ เมืองอิบารากิ กรุงโตเกียว 312-0012 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 9.30-17.00 น.
โทรศัพท์ +81 29-265-9001

แล้วนี่เองก็เป็น 8 แลนด์มาร์คใน “โตเกียว” ที่นิยมชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพื่อง่ายต่อการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม แล้วจะได้เพลิดเพลินกับสถานที่ที่สวยงามพร้อมสีสันในฤดูใบไม้ร่วงมากมาย นอกจากโตเกียวแล้วก็มีเมืองอื่นๆ ที่ยังรับอิทธิพลจากช่วงนี้ ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ต้นไม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองสดใส การผสมผสานกันของอากาศที่เย็นสบายและสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นทำให้ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางมาญี่ปุ่น พื้นที่ส่วนใหญ่ของฮอนชูและคิวชูมีอุณหภูมิสบายในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน เรียกได้ว่าใครที่อยากชมอากาศหนาวๆ ต้องมาที่นี่ก่อนเลยอันดับแรก และจะเป็นสวรรค์ที่จับต้องได้ แม้ว่าจะอยู่ในป่าคอนกรีตอย่างกรุงโตเกียวแล้วก็ตาม แต่โดยรวมนับว่ามีโซนน่าเที่ยวที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

Pick up

บทความแนะนำ

  1. เพลิดเพลินไปกับซากุระที่เกียวโต แนะนำสถานที่ชมดอกไม้ เครื่องแต่งกายและโรงแรมที่ใกล้กับสถานที่ชมดอกไม้

  2. แนะนําสถานที่ชมดอกไม้ในภูมิภาคกลางและตะวันตกของญี่ปุ่น

  3. แนะนำ 10 เทศกาลน่าสนใจในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบชิลๆ

บทความล่าสุด

  1. สวนโทชิกิ วันพาคุ (Tochigi Wanpaku Park) เพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นและธรรมชาติอันสวยงามได้ทั้งครอบครัว

  2. สวนสนุกชิมะหมู่บ้านสเปน Shima Spain Village จังหวัดมิเอะ

  3. หมู่บ้านท่าเรือเทมโปซาน (Tempozan Harbor Village) เยี่ยมชมสถานที่รอบด้านพร้อมรับชมทิวทัศน์อันสวยงาม

  4. ย่านรินคุ (Rinku Town) ย่านช็อปปิ้งที่ให้ความสนุกสนานครบทุกรูปแบบในภูมิภาคคันไซ

  5. อุทยานแห่งชาติมุซาชิ คิวเรียว (Musashi Kyuryo National Government Park) ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติที่หลากหลายของอุทยาน พร้อมกิจกรรมแสนสนุก

  6. สวนสนุกธีมเลโก้ (Legoland Nagoya) สนุกกับเหล่าตัวต่อเลโก้ พร้อมกับเสริมสร้างจินตนาการที่ไม่สินสุด

  7. สวนเนินเขาอูสุ (Uzu Hill Park) สวนแห่งหัวหอมอันน่าพิศวง พร้อมความรู้วังน้ำวนและทิวทัศน์อันสวยงาม

  8. สวนทัมบาระลาเวนเดอร์ (Tambara Lavender Park) เพลิดเพลินกับทุ่งลาเวนเดอร์และธรรมชาติรอบ ๆ พร้อมกลิ่นหอมที่ฟุ้งกระจายทั่วสวน

  9. แกรนด์ ฟร้อนท์ โอซาก้า (Grand Front Osaka) ช็อปปิ้งกันให้สนุกกับสินค้าแบรนด์ดังต่าง ๆ มากมาย

  10. ย่านช็อปปิ้งอิชิกิริ ซันโดะ (Ishikiri Sando Shopping Street) เพลิดเพลินกับการเดินช็อปปิ้งพร้อมกับบรรยากาศย้อนยุค

TOP