คันโต

8 สถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียวช่วง “ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี”


ทุกครั้งที่มาเยือนโตเกียว ซึ่งเป็นมหานครในญี่ปุ่น จะต้องนึกถึงช่วง “ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี” โดยเป็นช่วงของฤดูใบไม้ร่วง จะเห็นได้ในโตเกียว ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงเดือนตุลาคม สีสันจะสูงสุดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน และใบไม้เปลี่ยนสีบางส่วนจะคงอยู่ไปจนถึงประมาณกลางเดือนธันวาคม ดังนั้นในหนึ่งปีโดยเฉลี่ย ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวจะเริ่มตั้งแต่ 15 ตุลาคมถึง 15 ธันวาคม โดยมีจุดเปลี่ยนสีสูงสุดประมาณ 15 พฤศจิกายนของทุกปี ไม่เพียงแค่นั้นในแต่ละปี ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามจะเริ่มขึ้นในพื้นที่ที่หนาวเย็นกว่าทางตอนเหนือของฮอกไกโด และค่อยๆ เคลื่อนลงใต้ไปยังตอนกลางและตอนใต้ของญี่ปุ่น ในแต่ละภูมิภาค ภูเขาจะถูกแต่งแต้มสีสันจากปรากฎการณ์นี้ก่อน จากนั้นฉากของใบไม้หลากสีจะกระจายออกไปสู่สวนในเมือง สวนสาธารณะ และวัดวาอาราม ซึ่งเป็นพื้นที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม

8 จุดเชคอินใบไม้เปลี่ยนสีใน “โตเกียว” ควรมาเยือน

สวนสาธารณะฮิบิยะ (Hibiya Park)

IMG BY : en.wikipedia

ที่แรกที่ขอแนะนำสำหรับมาเยือนโตเกียว ต้องมีสวนสาธารณะฮิบิยะ สวนฮิบิยะซึ่งเปิดในปี 1903 เป็นสวนสาธารณะสไตล์ตะวันตกแห่งแรกของโตเกียว แปลงดอกไม้เขียวชอุ่ม หนา และมีสีสันสวยงาม บานสะพรั่งหลากสีสันตลอดปี เป็นโอเอซิสที่แท้จริงในใจกลางกรุงโตเกียวที่วุ่นวาย เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงในโตเกียว หนึ่งในไฮไลท์ของสวนคือ “แปะก๊วยเสี่ยงทาย” เป็นแปะก๊วยที่ใหญ่ที่สุดในสวนฮิบิยะ กล่าวกันว่ามีอายุระหว่าง 400 ถึง 500 ปี และเจ้าต้นไม้นี้เกือบจะตกเป็นเหยื่อของการสร้างสวนครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ผู้ออกแบบหลักของต้นไม้กล่าวว่าเขาจะย้ายต้นไม้ต้นนี้ “แม้ว่าจะต้องแลกกับคอของเขาก็ตาม” ฟังไปอาจจะดูน่ากลัวราวกับคำพูดในยุคซามูไร แต่จริงๆ แล้วมันคือคำเปรียบเทียบ ซึ่งหมายถึงอาชีพของเขา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ต้นแปะก๊วยขนาดใหญ่ที่สวยงามแห่งนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นแปะก๊วยที่เสี่ยงอันตรายมาตลอดตั้งแต่ยืนต้นมา ซึ่งได้ครอบครองทิวทัศน์ด้วยใบที่แตกกิ่งก้านสาขามากมาย

ที่อยู่ เลขที่ 1 แขวงฮิบิยะโคเอ็น เมืองชิโยดะ กรุงโตเกียว 100-0012 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง
โทรศัพท์ +81 3-3501-6428

สวนโคอิชิกาวะ โคระคุเอ็น (Koishikawa Korakuen Gardens)

IMG BY : japan-guide

สวนโคอิชิกาวะ โคระคุเอ็น จัดว่าเป็นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว สร้างขึ้นโดยขุนนางของโทคุกาวะ แห่งอาณาจักรมิโตะ ในช่วงต้นยุคเอโดะ โดยมีลักษณะเป็นสวนทรงกลม มีทั้งสระน้ำและเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้หลากหลายชนิดที่เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง จึงกลายเป็นจุดยอดนิยมที่ควรมาเยือนปีนี้มาก มีจุดชมภายในสวนสองจุดที่อยากแนะนำ แห่งหนึ่งอยู่ริมแม่น้ำโออิกาวะที่สร้างขึ้นให้คล้ายกับอาราชิยามะของเกียวโต อีกสะพานหนึ่งคือสะพานที่เรียกว่า “โทเกสึเคียว” (Togetsukyo) ซึ่งอยู่ด้านหลังศาลาคันโทกุ (Kantoku) ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของต้นเมเปิลที่สดใสจนน่าทึ่ง หากใครจะมาต้องดูช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมสีสันของฤดูใบไม้ร่วง โดยมีต้นเมเปิลญี่ปุ่น ต้นแว็กซ์ ต้นเซลโคว่าญี่ปุ่น และต้นแปะก๊วยจำนวนมากจะถูกย้อมอย่างสวยงามตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม สร้างทัศนียภาพแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมโดยเฉพาะ นับว่าเป็นมนต์เสน่ห์ที่ยากที่จะลืมเลือนอีกด้วย

ที่อยู่ เลขที่ 1 โชเมะ 6-6 แขวงโครากุ เมืองบันเคียว กรุงโตเกียว 112-0004 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 9.00-17.00 น.
โทรศัพท์ +81 3-3811-3015

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเมจิจิงกุ ไกเอ็น (Meijijingu Gaien)

IMG BY : gltjp

จุดนี้นับว่าดึงดูดต่างชาติของจริงกับ “Meijijingu Gaien” โดยเป็นสนามกีฬามาก่อน ซึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีนี้เป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นสถานที่หลักสำหรับการแข่งขันกีฬาตะวันออกไกลในปี พ.ศ. 2473 มันถูกทุบทิ้งเพื่อให้มีที่สำหรับสนามกีฬาโอลิมปิกโตเกียวในปี 1956 สนามกีฬาจุผู้ชมได้ 65,000 คน เมื่อเห็นภาพฤดูใบไม้ร่วงในโตเกียวก็จะนึกถึงมุมนี้ขึ้นมาทันที จากสี่แยก Aoyama Nichome ไปจนถึงสวนด้านนอกของศาลเจ้าเมจิ มีถนนยาว 300 เมตรที่เรียงรายไปด้วยต้นแปะก๊วยสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้สีทองในฤดูใบไม้ร่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโตเกียว ถนนทั้งสายประกอบด้วยต้นไม้ทั้งหมด 146 ต้น ทำให้เกิดเป็นอุโมงค์ทองอันน่าทึ่งซึ่งทอดยาวไปสู่สวนของศาลเจ้า และยังมีหอศิลป์อนุสรณ์เมจิที่ตระหง่านอยู่ด้านหลังทำให้ใบไม้สีทองและท้องฟ้าสีครามในฤดูใบไม้ร่วงดูราวกับภาพวาด กลายเป็นจุดยอดนิยมที่สร้างรายได้เข้าประเทศเยอะมาก

ที่อยู่ เลขที่ 1-1 แขวงคาสุมิกาโอคะมาชิ เมืองชินจุกุ กรุงโตเกียว 160-0013 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง
โทรศัพท์ +81 3-3401-0312

สวนฮามาริคิว (Hamarikyu Gardens)

IMG BY : touristinjapan

สวนฮามาริคิวตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุมิดะและอ่าวโตเกียว เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำขึ้นน้ำลงที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโตเกียว สวนฮามาริคิวเป็นหนึ่งในสวน Daimyo (ไดเมียว แปลว่า ขุนนางศักดินา) ที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว และได้รับการจัดสรรให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญเป็นพิเศษของญี่ปุ่น เนื่องจากสวนฮามาริคิวที่สวยงามครั้งหนึ่งเคยเป็นของขุนนางศักดินาแห่งตระกูลโทคุกาวะ ทุกวันนี้พื้นที่เขียวขจีทำหน้าที่เป็นสถานที่พักผ่อนตามธรรมชาติสำหรับทั้งชาวโตเกียวและนักท่องเที่ยว ให้การพักผ่อนอย่างสงบกลางป่ากลางเมืองของโตเกียว ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลหลากหลายชนิดจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ของสวนเป็นสีแดงเข้มและสีเหลืองทอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นหลังของอาคารสูงระฟ้าสมัยใหม่ทำให้ทิวทัศน์ของสวนฮามาริกิวสวยงามเหมือนจริง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาดสำหรับการเที่ยวชมโตเกียวในฤดูใบไม้ร่วง

ที่อยู่ เลขที่ 1-1 แขวงฮามาริคิวเทอิเอ็น เมืองชูโอะ กรุงโตเกียว 104-0046 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 9.00-17.00 น.
โทรศัพท์ +81 3-3541-0200

สวนสาธารณะมิซูโมโตะ (Mizumoto Park)

IMG BY : en.wikipedia

สวนมิซูโมโตะเป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเขตเมืองหลวงทั้งหมดของโตเกียว ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ไฮไลท์อยู่ที่ต้นเรดวู้ด ที่พร้อมเปลี่ยนสีรับรุ่งอรุณประมาณ 1,800 ต้น หรือที่เรียกว่าป่าเมตาเซโคเอีย (Metasequoia) และใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงาม ถัดจากจัตุรัสกลางของสวนคือ “ป่าเมตาเซโคเอีย” ซึ่งมีต้นเรดวู้ดกว่า 1,800 ต้น ส่วนใหญ่สูงกว่า 20 เมตร เมื่อถึงฤดูกาลนั้นจะเผยความแตกต่างระหว่างท้องฟ้าสีฟ้าใสและใบไม้สีแดงเป็นทิวทัศน์ที่น่าหลงใหล ต้นไม้ขนาดใหญ่หลากสีสันยังสะท้อนบนพื้นผิวของบ่อน้ำในบริเวณใกล้เคียง ทำให้การเดินเล่นในสวนมิซูโมโตะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ที่นี่ยังมีสวนริมน้ำขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้ พืชน้ำ และพื้นที่เปิดโล่งแห่งนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการเดินเล่น ใครที่มาทริปคู่รักย่อมถูกใจกับที่นี่ เพราะให้บรรยากาศที่โรแมนติกมากจริงๆ มากซะเหมือนซีรีส์ญี่ปุ่นสักเรื่องเลยล่ะ

ที่อยู่ เลขที่ 3-2 แขวงมิซูโมโตะโคเอ็น เมืองคัตสึชิกะ กรุงโตเกียว 125-0034 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง
โทรศัพท์ +81 3-3607-8321

สวนสาธารณะโชวะคิเน็น (Showa Memorial Park)

IMG BY : th.m.wikipedia

“สวนสาธารณะโชวะคิเน็น” นับว่าเป็นโซนที่น่าเที่ยวเพื่อชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมากๆ ซึ่งมีบริเวณคลองยาว 200 เมตร และพื้นที่ของสวนโชวะคิเน็นมีขนาดใหญ่ถึง 16,300 เอเคอร์ ในฤดูใบไม้ร่วงเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว ต้นแปะก๊วยประมาณ 100 ต้นที่เรียงรายอยู่ในคลองแห่งนี้ ใบไม้สีสันสดใสสะท้อนบนผิวน้ำอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวหลักของสวนแห่งนี้คือตรอกแปะก๊วยที่ทอดยาวประมาณ 300 เมตร เรียงรายไปด้วยต้นไม้กว่า 100 ต้นที่สูงกว่า 20 เมตร เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ใบไม้ที่สดใสจะร่วงหล่นลงสู่พื้นและสร้างเป็นพรมใบไม้สีทองที่สวยงาม หลังจากเดินเล่นไปตามถนนสีทองแล้ว ทำไมไม่ลองเยี่ยมชมสวนญี่ปุ่นและต้นเมเปิ้ลจำนวนมากดูล่ะ จุดนี้นับว่าสวยไม่แพ้กัน พอมาที่นี่ปุ๊บ จะเหมือนอยู่ในยุโรปเลยล่ะ หากใครชอบเล่นโซเชียลมีเดีย สามารถลงโซเชียลมีเดียได้จากจุดนี้ รับรองเรียกยอดไลค์ได้ปังๆ แน่นอน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมสีสันของฤดูใบไม้ร่วงคือ ตลอดเดือนพฤศจิกายน ในขณะที่สวนญี่ปุ่นจะสวยงามที่สุดในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน

ที่อยู่ เลขที่ 3173 แขวงมิโดริโช เมืองทาชิคาวะ กรุงโตเกียว 190-0014 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ ปิดทำการทุกวัน 9.30-17.00 น.
โทรศัพท์ +81 42-528-1751

ยอดเขาทาคาโอะ (Mount Takao)

IMG BY : japan-guide

ยอดเขาทาคาโอะนับว่าเป็นโซนที่โดดเด่นเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีมากๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สันทนาการทางธรรมชาติที่ใกล้กับใจกลางโตเกียวมากที่สุด มีทัศนียภาพที่สวยงาม วัดที่น่าสนใจ และโอกาสในการเดินป่าที่น่าดึงดูดใจ แม้จะอยู่นอกใจกลางเมือง แต่ภูเขาก็ยังตั้งอยู่ในเขตมหานครโตเกียวและใช้เวลาเพียง 50 นาทีและ 390 เยนในการเดินทางจากชินจุกุโดยรถไฟ นอกจากนี้การเดินทางด้วยเส้นทางเดินเขาจำนวนมากมายที่ทอดขึ้นไปยังเนินเขาทาคาโอะ ผู้เข้าชมส่วนใหญ่ใช้เส้นทางหมายเลข 1 ซึ่งกว้าง ส่วนใหญ่เป็นทางลาดยางและผ่านสถานที่สำคัญทั้งหมดเมื่อคดเคี้ยวไปจนถึงจุดสูงสุดของยอดเขาสูง 599 เมตร เส้นทางอื่นๆ จะแคบกว่า ไม่ลาดยาง และมองเห็นการจราจรน้อยกว่ามาก การขึ้นสู่ยอดเขาทาคาโอะตามเส้นทางหมายเลข 1 ใช้เวลาประมาณ 90 นาทีจากฐานภูเขา แต่เวลาดังกล่าวสามารถลดลงครึ่งหนึ่งได้โดยใช้กระเช้าลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดอำนวยความสะดวกที่ทอดยาวไปถึงครึ่งทางของภูเขา ยอดเขาทาคาโอะถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์กลางของการบูชาบนภูเขามากว่า 1,000 ปี ซึ่งมียาคุโออินเป็นวัดที่สวยงาม ตั้งตระหง่านอยู่ตามทางเดินใกล้กับยอดเขา นักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะที่นั่นเพื่ออธิษฐานต่อเทพเจ้าบนภูเขาในศาสนาพุทธนิกายชินโต (เท็งงู) เพื่อขอโชคลาภ รูปปั้นของเทพเจ้าองค์หนึ่งมีจมูกยาวและอีกองค์มีจะงอยปากอีกาสามารถพบได้ที่วัดและจุดอื่นๆ รอบภูเขา

ที่อยู่ แขวงทาคาโอะมาชิ เมืองฮาชิโอจิ กรุงโตเกียว 193-0844 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ/มรดกทางวัฒนธรรม
เปิดทำการ
โทรศัพท์

สวนริมทะเลฮิตาชิ (Hitachi Seaside Park)

IMG BY : visit.ibarakiguide

ปิดท้ายที่สวนฮิตาชิ ซึ่งเป็นสวนติดทะเลขนาดใหญ่ในจังหวัดอิบารากิ ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมงโดยระบบขนส่งสาธารณะ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 200 เฮกตาร์ เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ในบรรดาทุกฤดูกาล ฤดูใบไม้ร่วงอาจสวยงามที่สุด เมื่อดอกคอสมอสประมาณสองล้านดอกบานสะพรั่ง จุดเด่นอีกอย่างของสวนคือต้นโคเคียสีแดงสดที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่เรียกว่าเนินเขามิฮาราชิ โดยมีต้นโคเชียประมาณ 32,000 ต้น โดยมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมสีสันของฤดูใบไม้ร่วง ในฤดูร้อน ดอกโคเชียจะเปล่งประกายเป็นสีเขียวชอุ่มและค่อยๆ เปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนไปจนถึงเนินเขาทั้งลูกเป็นสีแดงสดเข้มในช่วงกลางเดือนตุลาคม เหมาะทั้งสายเทรลและสายปั่นจักรยานอย่างมาก ซึ่งให้ความสะดวกสบายต่อนักท่องเที่ยว แถมตอบโจทย์ความโลกสวยได้มากกว่าที่เป็น

ที่อยู่ เลขที่ 605-4 แขวงฮิตาชินะกะ เมืองอิบารากิ กรุงโตเกียว 312-0012 ประเทศญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เปิดทำการ เปิดทำการทุกวัน 9.30-17.00 น.
โทรศัพท์ +81 29-265-9001

แล้วนี่เองก็เป็น 8 แลนด์มาร์คใน “โตเกียว” ที่นิยมชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพื่อง่ายต่อการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม แล้วจะได้เพลิดเพลินกับสถานที่ที่สวยงามพร้อมสีสันในฤดูใบไม้ร่วงมากมาย นอกจากโตเกียวแล้วก็มีเมืองอื่นๆ ที่ยังรับอิทธิพลจากช่วงนี้ ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ต้นไม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองสดใส การผสมผสานกันของอากาศที่เย็นสบายและสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นทำให้ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางมาญี่ปุ่น พื้นที่ส่วนใหญ่ของฮอนชูและคิวชูมีอุณหภูมิสบายในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน เรียกได้ว่าใครที่อยากชมอากาศหนาวๆ ต้องมาที่นี่ก่อนเลยอันดับแรก และจะเป็นสวรรค์ที่จับต้องได้ แม้ว่าจะอยู่ในป่าคอนกรีตอย่างกรุงโตเกียวแล้วก็ตาม แต่โดยรวมนับว่ามีโซนน่าเที่ยวที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

Pick up

บทความแนะนำ

  1. เพลิดเพลินไปกับซากุระที่เกียวโต แนะนำสถานที่ชมดอกไม้ เครื่องแต่งกายและโรงแรมที่ใกล้กับสถานที่ชมดอกไม้

  2. แนะนําสถานที่ชมดอกไม้ในภูมิภาคกลางและตะวันตกของญี่ปุ่น

  3. แนะนำ 10 เทศกาลน่าสนใจในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบชิลๆ

บทความล่าสุด

  1. เพลิดเพลินไปกับอากาศหนาว และแหล่งน่าเที่ยวของจังหวัดอาคิตะในฤดูหนาว

  2. การเปรียบเทียบการจัดอันดับตัวละครยอดนิยมของซานริโอ : ความแตกต่างระหว่างญี่ปุ่นและไทย

  3. ทำความเข้าใจกับความสะดวกสบายของคำว่า “ซุมิมะเซ็น” ในภาษาญี่ปุ่น

  4. พาเที่ยวเกาะโชโดชิมะ (Shodoshima Island) สัมผัสธรรมชาติแบบชิลๆ

  5. แนะนำเมนูอาหารน่าทานสำหรับช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่น อบอุ่นทั้งร่างกายและดีต่อใจ

  6. แนะนำร้านทาโกะยากิที่ต้องไปทานให้ได้ หากไปเยือนโอซาก้า

  7. แนะนำย่านช็อปปิ้งโอสึ (Osu Shopping Street) ช็อปสนุกกันที่ย่านอากิฮาบาระแห่งเมืองนาโกย่า

  8. สกีรีสอร์ทนิเซโกะ (Niseko Ski Resort) แหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงระดับโลก กับการผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

  9. แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว

  10. แนะนำ 9 สถานที่ท่องเที่ยวที่สามารเพลิดเพลินได้ แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝน

TOP