คันไซ

แนะนําสถานที่ชมดอกไม้ในภูมิภาคกลางและตะวันตกของญี่ปุ่น

เราเชื่อว่าหากเพื่อนๆคนไหนที่ได้มาเที่ยวญี่ปุ่น สิ่งที่หลายๆคนจะนึกถึงก็จะมี ภูเขาไฟฟูจิ แลนด์มาร์คสำคัญที่จะต้องไปเช็คอินให้ได้สักครั้ง เพราะว่าที่ญี่ปุ่นนี้มีบรรยากาศธรรมชาติที่ดีมากๆเลย แต่สิ่งที่สวยงามที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของญี่ปุ่นก็คือการชมดอกไม้ ตามฤดูการที่สวยงามมากๆค่ะ เพราะนอกจากญี่ปุ่นจะถูกเรียกว่าเป็นดินแดนปลาดิบแล้ว อีกหนึ่งคำยอดฮิตที่ทำให้ใครหลายๆคนหลงไหล และอยากจะมาเที่ยวญี่ปุ่น คือ แดนซากุระผลิบาน แต่จริงๆแล้วกระเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีเสน่ห์แค่ดอกซากุระนะคะ แต่ยังมีดอกไม้ชนิดอื่นๆอีกมากมาย ที่มีความสวยงาม และคิดว่าหากใครได้เที่ยวชมแล้วจะต้องประทับใจกันแน่นอนค่ะ ซึ่งวันนี้เราเลยมาแนะนำสถานที่ชมดอกไม้ในภูมิภาคกลางและตะวันตกของญี่ปุ่น เราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าในแต่ละที่นั้นมีจะมีความพิเศษ และมีดอกไม้ชนิดไหนที่สวยงามกันบ้างค่ะ

ชมดอกซากุระ ปราสาทโอซาก้า

IMG BY : jetstar

มาเริ่มกันที่ที่แรกกันเลยนั่นคือ การชมดอกซากุระ ปราสาทโอซาก้า โดยปราสาทโอซาก้าถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คอันดับหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ญี่ปุ่นเลยค่ะ นอกจากปราสาทที่มีความสวยงามแล้ว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิบริเวณรอบๆปราสาทโอซาก้าจะเต็มไปด้วยต้นซากุระกว่า 4,000 ต้นเลยนะคะ โดยดอกซากุระที่นี่จะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนเมษายนค่ะ ทำให้เวลาดอกไม้บานก็จะกลายเป็นภาพที่สวยตะลึงตรึงตราตรึงใจแน่นอนค่ะ รวมถึงการมีสถาปัตยกรรมแบบโบราณ แต่ยังมีความกลมกลืมเข้ากับธรรมชาติได้สวยงามด้วยค่ะ และนอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีสวนนิชิโนมารุ (Nishinomaru Park) ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของปราสาท ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับปิกนิก และเพื่อนๆสามารถชมแสงไฟของตัวปราสาทในตอนกลางคืนได้อีกด้วยค่ะสวยงามแน่นอน จะมากลางวันก็สวยแบบพลิ้วๆแต่มาแบบกลางคืนก็ให้มีเสน่ห์ไปแบบเราขอแนะนำเลยว่าต้องไปชมด้วยตัวเองให้ได้สักครั้งค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ ชมดอกซากุระ ปราสาทโอซาก้า

ที่อยู่ ญี่ปุ่น 〒540-0002 Osaka, Chuo Ward, Osakajo
วิธีการเดินทาง จากสถานี Morinomiya เดินเท้าประมาณ 15 นาที
จาก Osakajokoen Station [JR Loop Line] เดินเท้า 10-15 นาที
เวลาทำการ 9.00 น. – 17.00 น.
ช่วงเวลา ปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี
ค่าเข้าชม 150 บาท
เบอร์โทร +81669413044

สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ (Kema Sakuranomiya Park)

IMG BY : insideosaka

มาต่อกันที่ต่อมานั่นคือ สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ (Kema Sakuranomiya Park) โดยที่สวนแห่งนี้ถือได้ว่าเหมาะกับเพื่อนๆคนไหนที่ชื่นชอบการชมดอกซากุระ และต้องการเดินรับลมเย็นๆริมแม่น้ำแบบชิลๆค่ะ เพราะที่นี่นั้นเป็นเส้นทางที่มีความยาวถึง 2-3 กิโลเมตรเลยนะคะ โดยระหว่างทางเดินของแม่น้ำโอคาวะ(Okawa River) ก็จะรายล้อมไปด้วยต้นซากุระมากกว่า 5,000 ต้น ที่เรียงรายขนานกับแนวทางเดินเลยค่ะ จึงทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิดอกซากุระจะมีความสวยงามากค่ะ หากเพื่อนๆคนไหนได้มาที่นี่ก็จะมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างนะคะ อาิท พายเรือล่องในแม่น้ำ นั่งปิกนิกในพื้นที่สนามหญ้าใกล้เคียงก็ได้บรรยากาศ หรือจะเดินออกกำลังกายก็ได้ค่ะ เรียกว่าเดินไปพร้อมชมดอกซากุระไป ประทับใจแน่นอนค่ะ และในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สวนแห่งได้มีการประดับไฟในยามค่ำคืนอีกด้วยนะคะ เรียกได้ว่าโรแมนติกสุดๆค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ(Kema Sakuranomiya Park)

ที่อยู่ Nakanocho, Miyakojima Ward, Osaka, 534-0027 ญี่ปุ่น
วิธีการเดินทาง จากสถานีโอซาก้า ขึ้นรถไฟ JR สายวนรอบเมืองโอซาก้า และลงที่สถานีซากุระโนมิยะ
เวลาทำการ เปิด 24 ชั่วโมง
ช่วงเวลา ปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี
ค่าเข้าชม ฟรี
เบอร์โทร +81669120650

ชมดอก Suisen ที่ Nada-Kuroiwa Narcissus Park

IMG BY : en.japantravel

มาต่อกันที่ต่อมานั่นคือ การชมดอก Suisen (Narcissus) ที่เกาะ Awaji-shima ในจังหวัด Hyogo ค่ะ โดยที่เกาะแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ชมดอก Narcissus ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆเลยนะคะ โดยเฉพาะสวน Nada-Kuroiwa Suisen-kyo หรือเรียกว่า Nada-Kuroiwa Narcissus Park ค่ะ โดยความโดดเด่นของสวนนี้คือ การปลูกดอก Narcissus ประมาณ 5 ล้านต้น เมื่อถึงเวลาดอกไม้บาน ก็จะบานเต็มพื้นที่ตามไหล่เขาจนสุดทะเล เลยนะคะ โดยเราขอแนะนำเพื่อนๆที่สนใจในการไปเที่ยวชมดอก Suisen (Narcissus) เพื่อนๆจะต้องโทรสอบถามกับทางสวนก่อนว่าดอกไม้บาน ก่อนที่จะเดินทางไปจะดีที่สุดค่ะ เพราะการบานของดอกไม้นั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในต่ละวันที่เปลี่ยนแปลงไปค่ะ และเมื่อเที่ยวชมดอกไม้ที่สวนแห่งนี้เสร็จแล้ว เพื่อนๆก็สามารถแวะชม Naruto Uzushio หรือ ปรากฏการณ์น้ำวนได้อีกด้วยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ ชมดอก Suisen ที่ Nada-Kuroiwa Narcissus Park

ที่อยู่ 2 Nadakuroiwa, Minamiawaji, Hyogo 656-0551 ญี่ปุ่น
วิธีการเดินทาง จากสถานีTokyo ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ถึงสถานี Maiko และ
ต่อด้วยรถบัส Awaji Kutsu ประมาณ 40 นาที
จากสถานี JR Osaka นั่งรถไฟสาย Kobe Line Rapid Service ใช้
เวลาประมาณ 50 นาที ถึงสถานี Maiko แล้วต่อรถบัส Awaji Kutsu
ใช้เวลา 30 นาที เพื่อข้ามไปยังเกาะ Awaji-shima
เวลาทำการ 10.30 น. – 17.00 น.
ช่วงเวลา ปลายเดือนธันวาคม ถึงกลางเดือนมกราคมของทุกปี
ค่าเข้าชม 125 บาท
เบอร์โทร +81799560720

Huis Ten Bosch

IMG BY : japancheapo

มาต่อกันที่ต่อมานั่นคือ Huis Ten Bosch ที่นี้คือที่ที่ใครหลายๆคนๆได้บอกว่าเป็นสวนสนุกที่มีความยิ่งใหญ่ที่อยู่ในญี่ปุ่นอีกหนึ่งที่ค่ะ รับรองได้ว่าหากเพื่อนๆคนไหนมาที่นี่จะทำให้เพื่อนๆรู้สึกว่ากำลังท่องเที่ยวอยู่ในฮอลแลนด์ หรือประเทศในยุโรปอื่นๆ อย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งที่นี่มีบริการหลายด้านเลยค่ะทั้งร้านอาหาร และโรงแรม อีกทั้งยังเต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปสวยๆมากมาย โดยสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่นิยมชมชอบดอกทิวลิป เราของแนะนำที่นี่เลยค่ะ เพราะที่นี่เป็นสวนดอกทิวลิปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยโดยที่นี่ได้มีดอกทิวลิปมากกว่า 300,000 ต้น เวลาที่ดอกไม้บานพร้อมๆ สวยงามตราตรึงใจแน่นอนค่ะ และถ้าหากไม่ใช่ช่วงที่เป็นเวลาของดอกทิวลิปบาน ที่นี่มีดอกไม้อื่นๆที่ผลัดเปลี่ยนกันเบ่งบานตามฤดูกาลค่ะ อาทิ ดอกกุหลาบ พิงค์มอส ไฮเดรนเยีย รวมทั้งดอกทานตะวันด้วยนะคะ และนอกจากนี้ที่นี่ยังมีการจัดอีเวนท์น่าสนใจมากมายตลอดทั้งปี “Waterfall of Light” ที่มีการประดับไฟถึง 1,300 ดวง รวมถึงกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายค่ะ มาที่นี่จบครบทุกกิจกรรมแน่นอนค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ Huis Ten Bosch

ที่อยู่ 1-1 Huis Ten Bosch Machi, Sasebo, Nagasaki 859-3292 ญี่ปุ่น
วิธีการเดินทาง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที จากสนามบินนานาชาติฟุกุโอกะ ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษขบวน Huis Ten Bosch
เวลาทำการ 9.00 น. – 20.00 น.
ช่วงเวลา กลางเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนเมษายนของทุกปี
ค่าเข้าชม 1400 บาท
เบอร์โทร +81570064110

Farm Tomita ฟาร์มโทมิตะ

IMG BY : digjapan.travel

มาต่อกันที่ต่อมานั่นคือ Farm Tomita ฟาร์มโทมิตะ ต้องบอกเลยค่ะว่าที่นี่เรียกได้ว่าเป็นฟาร์มที่ดังในเรื่องทุ่งดอกไม้ที่สวยงามมากๆค่ะ โดยฟาร์มแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น “จุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดของเมือง”เลยนะคะ เนื่องจากมีวิวทิวทัศที่สวยงามจากฉากหลังเป็นภูเขาโทกะชิ (Tokachi mountain) และพื้นที่ใกล้ๆกับทุ่งดอกไม้แห่งนี้ก็ยังมีร้านกาแฟที่สามารถนั่งทานกาแฟไป และชมความสวยงามของดอกไม้ไปได้แีกด้วยค่ะ อีกทั้งยังมีร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ ที่มาจากฟาร์มโทมิตะ เพราะที่นี่มีความโดดเด่นในเรื่องดอกลาเวนเดอร์ (Lavender) จนเป็นที่ขนานนามเลยว่าหากใครอยากมาเที่ยวชมดอกลาเวนเดอร์ ต้องมาที่ฟาร์มแห่งนี้ค่ะ ซึ่งช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่งเต็มที่จะอยู่ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ถึงต้นเดือนสิงหาคม แต่ดอกลาเวนเดอร์จะคงบานอยู่ในกลางสิงหาคม และนอกจากนั้นยังมี ดอกป๊อปปี้ ดอกลูปิน ดอกลิลลี่ ดอกทานตะวัน ดอกซัลเวีย และคอสมอส อีกด้วยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ Farm Tomita ฟาร์มโทมิตะ

ที่อยู่ 15 Kisenkita, Nakafurano, Sorachi District, Hokkaido 071-0704 ญี่ปุ่น
วิธีการเดินทาง รถไฟ JR Furano Line ใช้เวลา 20 นาที ลงที่สถานี Lavender Batake Station แล้วเดินเท้าต่อ 5-10 นาที
รถบัสชมวิว Twinkel Bus Furano “Lavender Course” เดินทางจาก Asahikawa ถึง Furano ลงที่ Farm Tomita
เวลาทำการ 9.30 น. – 17.30 น.
ช่วงเวลา กลางเดือนกรกฎาคม ถึงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี
ค่าเข้าชม ฟรี
เบอร์โทร +81167393939

สวนดอกไม้ฮานะคาอิโระ (Tottori Hanakairo Flower Park)

IMG BY : japandeluxetours

มาต่อกันที่ต่อมานั่นคือ สวนดอกไม้ฮานะคาอิโระ (Tottori Hanakairo Flower Park) ตั้งอยู่ที่จังหวัดต็อตโตะริค่ะ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ไม่ได้โด่งดังมากในเรื่องของการท่องเที่ยวค่ะ แต่เราต้องบอกเลยนะคะว่าสวนดอกไม้ของที่นี่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากค่ะเนื่องจากที่นี่เป็นหนึ่งในสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยมีดอกไม้นานาสายพันธุ์จัดหนักจัดเต็มบนพื้นที่กว่า 310 ไร่ หรือประมาณ 500,000 ตารางเมตรเลยค่ะ มีพื้นที่กว้างขวางมากๆค่ะ แต่เพื่อนๆไม่ต้องกังวลไปนะคะว่าจะเดินเหนื่อย เพราะที่นี่มีรพเที่ยวไว้ให้บริการค่ะ และที่สำคัญดอกไม้ของที่นี่สามารถมาดูไปตลอดทั้งปีเลยค่ะ มีครบทุกฤดูกาลเลยก็ว่าได้ และด้านในมีโดมขนาดใหญ่ที่จัดแสดงดอกกล้วยไม้ ดอกไม้น้ำ และดอกไม้จากยุโรป และในเดือนกรกฎาคม – สิงหาคมถือว่าเป็นไฮไลต์เลยค่ะ เพราะจะมีการจัดแสดงดอกไม้เรืองแสง เรียกว่า แสงจันทร์สวนดอกไม้ (Moonlight Flower Garden) ทั้งสวนจะประดับประดาไปด้วยแสงสวยๆ หากเพื่อนๆได้มาเที่ยวชมดอกไม้ที่วนแห่งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆไปเลยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ สวนดอกไม้ฮานะคาอิโระ(Tottori Hanakairo Flower Park)

ที่อยู่ 110 Tsuruda, Nambu, Saihaku District, Tottori 683-0217 ญี่ปุ่น
วิธีการเดินทาง โดยสาร Shutle Bus ใช้เวลาประมาณ 25 นาที จากสถานี JR Yonago Station
เวลาทำการ 9.00 น. – 16.30 น.
ช่วงเวลา เดือนเมษายน ถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
ค่าเข้าชม 170 บาท
เบอร์โทร +81859483030

สวนคาวาชิฟูจิ (Kawachi Fuji Garden)

IMG BY : salehere

มาต่อกันที่ต่อมานั่นคือ สวนคาวาชิฟูจิ (Kawachi Fuji Garden) ของจังหวัดฟูกุโอกะ (Fukuoka)ค่ะ โดยที่นี่มีจุดเด่นคือ อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย ที่สวนคาวาชิฟูจิ (Kawachi Fuji Garden) ซึ่งที่นี่จะเรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญแห่งหนึ่งในการท่องเที่ยวของเมืองนี้เลยนะคะ รับรองได้เลยว่าถ้าหากเพื่อนๆคนไหนได้มาเที่ยวชมที่นี่จะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับความอลังการงานสร้างของอุโมงค์ดอกไม้แน่นอนค่ะ โดยอุโมงค์ดอกวิสทีเรียแห่งสวนคาวาชิฟูจินั้นขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชม และถ่ายภาพดอกวิสทีเรีย (Wisteria) ที่สวยงามแห่งหนึ่งเลยค่ะ โดยอุโมงค์ดอกวิสทีเรียมีความยาวประมาณ 100 เมตร และเต็มไปด้วยดอกวิสทีเรียที่มีกิ่งก้านพร้อมดอกสีม่วงเข้ม ม่วงอ่อน ขาว และชมพูไล่เฉดสีห้อยลงมาจากอุโมงค์ไม้ที่คลุมตลอดเส้นทางเดินเลยทีเดียวค่ะ และที่ดอกบานสะพรั่งทำให้ราวกับเราได้อยู่ในเทพนิยายโรแมนติกสุดๆค่ะ และนอกจากซุ้มดอกไม้แล้วภายในสวนคาวาชิฟูจิยังจะมีจุดชมดอกไม้ที่เป็นซุ้มโค้งครึ่งวงกลม และซุ้มสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง โดยช่วงที่สามารถมาชมอุโมงค์ได้สวยที่สุดของปี จะอยู่ในช่วงปลายเดือนเมษายน-กลางเดือนพฤษภาคมค่ะ แต่เราขอแนะนำเพื่อนๆว่าควรเช็กสภาพอากาศในวันที่จะเดินทางไปก่อนค่ะจะดีมาก และถ้าหากเพื่อนๆคนไหนไม่ได้ตามเวลาดอกวิสทีเรียมีนี่บานก็ไม่ต้องเียใจนะคะ เพื่อนๆยังสามารถชมสวนดอกไม้ชนิดอื่นๆได้ค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ สวนคาวาชิฟูจิ(Kawachi Fuji Garden)

ที่อยู่ 2 Chome-2-48 Kawachi, Yahatahigashi Ward, Kitakyushu, Fukuoka 805-0045 ญี่ปุ่น
วิธีการเดินทาง สถานี JR Yahata โดยสารรถบัส Nishitetsu ลงสถานี Kawachi Elementary School แล้วเดินเท้าประมาณ 10-15 นาที
นั่งรถ Shuttle Bus ฟรี จากสถานี Yhata ลงที่สถานี Ajisainoyu Onsen
เวลาทำการ 9.00 น. – 18.00 น.
ช่วงเวลา ปลายเดือนเมษายน ถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี
ค่าเข้าชม 130 บาท
เบอร์โทร +81936520334

สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค Hitachi Seaside Park

IMG BY : japan.travel

มาต่อกันที่สุดท้ายกันค่ะ คือ สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค Hitachi Seaside Park ซึ่งที่นี้เป็นสวนริมทะเลขนาดใหญ่ และเป็นที่ที่มีชื่อเสียงด้านทุ่งดอกไม้ โดยเฉพาะทุ่งดอกโคเชียที่โดยปกติจะมีสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีแดงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงค่ะ โดยที่สวนแห่งนีเเพื่อนๆสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยนะคะ เพราะจะมีดอกไม้ สายพันธ์ต่างๆที่จะสลับกันบานตลอดเวลา รวมถึงมีโซนของสวนสนุก Pleasure Garden เปิดให้บริการรอต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลาด้วยค่ะ และช่วงเวลาของทุ่งดอกไม้บานที่เป็นไฮไลท์สำคัญอยู่ทั้งหมด 4 ช่วงเวลาคือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ คือทุ่งดอกนาร์ซิสซัส(Narcissus) หรือมีชื่อเรียกว่า Suisen Fantasy ทุ่งดอกทิวลิป(Tulip) หรือที่เรียกว่าช่วง Tulip World และทุ่งดอกเนโมฟีเลีย(Nemophila) หรือที่เรียกกันว่าช่วง Nemophila Harmony ช่วงฤดูใบไม้ร่วง คือทุ่งดอกโคเชีย(Kochia) หรือที่เรียกว่าช่วง Kochia Carnival โดยปกติต้นโคเชียจะเป็นไม้พุ่มกลมสีเขียว และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสดเรียกได้ว่าสวยงามเป็นอย่างมากค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค Hitachi Seaside Park

ที่อยู่ ญี่ปุ่น 〒312-0012 Ibaraki, Hitachinaka, Mawatari 605-4
วิธีการเดินทาง สถานีรถไฟ Ajigaura station สาย Hitachinaka Kaihin Tetsudo ใช้เวลาประมาณ 70 นาที ลงที่สถานี Katsuta Station สาย JR Joban
เวลาทำการ 9.30 น. – 16.30 น.
ช่วงเวลา ฤดูใบไม้ผลิ 26 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคมของทุกปี
ฤดูร้อน 21 กรกฏาคม ถึง 31 สิงหาคมของทุกปี
ฤดูใบไม้ร่วง ทั้งเดือนตุลาคมของทุกปี
ค่าเข้าชม 105 บาท
เบอร์โทร +81292659001

เป็นยังไงกันบ้างคะกับสถานที่ชมดอกไม้ในภูมิภาคกลาง และตะวันตกของญี่ปุ่นทั้ง 8 สถานที่ที่เรานำมาแนะนำเพื่อน หวังว่าจะมีสักที่ที่ถูกใจเพื่อนนะคะ และเราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ และสามารถเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกสถานที่ไปเที่ยวชมดอกไม้อันสวยงามไม่มากก็น้อยนะคะ ขอให้เพื่อนๆสรุปกับทริปการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นค่ะ

Pick up


บทความแนะนำ

  1. เพลิดเพลินไปกับซากุระที่เกียวโต แนะนำสถานที่ชมดอกไม้ เครื่องแต่งกายและโรงแรมที่ใกล้กับสถานที่ชมดอกไม้

  2. แนะนําสถานที่ชมดอกไม้ในภูมิภาคกลางและตะวันตกของญี่ปุ่น

  3. แนะนำ 10 เทศกาลน่าสนใจในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบชิลๆ

บทความล่าสุด

  1. แนะนำจุดถ่ายรูปสวย ๆ กับภูเขาไฟฟูจิ

  2. เดินทางไปโอซาก้าช่วงฤดูร้อนกับ Peach

  3. แนะนำเส้นทางเที่ยวญี่ปุ่นกับ Peach : 3 เส้นทางที่ไม่ควรพลาด

  4. สัมผัสความประทับใจและความสะดวกสบาย บนเส้นทางเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ (ไทย) สู่โอซาก้า (ญี่ปุ่น)

  5. มาเรียนรู้วิธีการลงไปแช่น้ำพุร้อนออนเซ็นอย่างถูกวิธีกันดีกว่า

  6. ห้ามพลาด! กับงานประดับไฟที่กรุงโตเกียวในช่วงคริสต์มาส

  7. ห้ามพลาด! งานประดับไฟอันสวยงามในจังหวัดคานากาวะช่วงวันคริสต์มาส

  8. รายละเอียดตั๋ว JR West Kansai Area Pass

  9. สวนดอกไม้นาบานะ โนะ ซาโตะ (Nabana no Sato) กับดอกไม้หลากชนิด และความงามของการประดับไฟ

  10. แนะนำเทศกาลน่าสนใจในญี่ปุ่นช่วงฤดูหนาว ต้อนรับช่วงสิ้นปีและปีใหม่

TOP