ชิโกะกุ

แนะนำ 10 เทศกาลน่าสนใจในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบชิลๆ


ถ้าเราจะพูดถึงประเทศที่เป็นที่น่าสนใจในการเดินทางไปท่องเที่ยวในเอเชีย และใช้เวลาเดินทางไม่นานจากประเทศไทยของเรา และยังเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นด้าน วัฒนธรรม และเป็นประเทศที่สะอาด ผู้คนเป็นมิตรและมีที่เที่ยวที่หลากหลาย เราเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะต้องนึกถึง “ประเทศญี่ปุ่น” โดยใน 1 ปีของญี่ปุ่นจะสามารถแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 4 ฤดู ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมว่าฤดูใบไม้ผลิ, เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมเรียกว่าฤดูร้อน, เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน เรียกว่าฤดูใบไม้ร่วง และเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์เรียกว่าฤดูหนาวค่ะ ซึ่งฤดูที่น่าสนใจที่สุดและเหมาะกับการมาเที่ยงเที่ยว ก็ต้องเป็นฤดูใบไม้ผลิค่ะ เนื่องจากอากาศไม่เย็นมาก และไม่ร้อน เย็นสบาย ที่สำคัญคือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการชมต้นซากุระค่ะ วันนี้เราจึงทำ 10 เทศกาลที่น่าสนใจของญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิมาแนะนำเพื่อนๆกัน เราไปดูดีกว่าค่ะว่าจะมีเทศกาลไหนที่น่าสนใจบ้างไปดูกันเลยค่ะ

เทศกาลฮินะมัตสุริ (Hina Matsuri)

IMG BY : commons.wikimedia

มาเริ่มกันที่เทศกาลแรกกันเลยค่ะ คือ “เทศกาลฮินะมัตสุริ (Hina Matsuri)” หรือจะเรียกว่า “เทศกาลวันเด็กผู้หญิงที่มีมาแต่โบราณ” โดยเทศกาลนี้จะมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 3 มีนาคมค่ะ ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยเอโดะค่ะ เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของเด็กผู้หญิงในประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีการตกแต่งตุ๊กตาญี่ปุ่นที่มีความสวยงามหลายตัวที่เรียกว่า ตุ๊กตาฮินะ หรือ ฮินะนิงเงียว (Hina Ningyo) วางไว้บนชั้นวางที่ตั้งอยู่ภายในบ้านค่ะ ซึ่งมีความเชื่อที่ว่าจะทำให้ลูกสาวมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขค่ะ โดยคนญี่ปุ่นรับเทศกาลนี้มาจากอารยธรรมจีนนะคะ คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นการอธิษฐานให้ลูกสาวมีความสุข ขจัดพลังชั่วร้ายออกไปจากชีวิต ให้ประสบความสำเร็จ สุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยเทศกาลนี้ถือว่าเป็นเทศกาลที่น่ารักมากค่ะ โดยแต่ละครอบครัวที่มีลูกสาวจะเลี้ยงฉลองพิธีนี้อย่างตั้งใจ มีการดื่มฉลองแสดงความยินดีและอวยพรให้เติบโตอย่างมีความสุข เป็นการทานอาหารร่วมกันที่บ้าน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่สามารถสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุข ให้กับคนในครอบครัวได้ค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “ฮินะ มัตสึริ” (Hina Matsuri)

สถานที่จัดงานภูมิภาค Kansai ศาลเจ้าชิโมะกาโมะ (Shimogamo Shrine)
กำหนดการจัดงาน วันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี
วิธีการเดินทาง จากสถานี Kyoto ใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดย City Bus และลงป้าย Shimogamo Jinja Mae
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี
สถานที่จัดงานภูมิภาค Kyushu อาคารที่ระลึกการฟื้นฟูการท่องเที่ยวแห่งปราสาทชิมาบาระ
กำหนดการจัดงาน วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม ของทุกปี
วิธีการเดินทาง จากสถานี Shimabara Railway และเดินเท้าต่อประมาณ 10 นาที
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

เทศกาลทาคายามะ (Takayama Matsuri)

IMG BY : visitgifu

เรามาต่อกันที่เทศกาลต่อมานั่นคือ “เทศกาลทาคายาม่า” ในฤดูใบไม้ผลิค่ะ ทาคายาม่าถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ที่อยู่ทางตอนกลางแถบชูบุของประเทศญี่ปุ่นค่ะ สิ่งที่ทำให้เมืองแห่งนี้โดดเด่นและได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวคือ บรรยากาศที่มี่กลิ่นอายเมืองเก่าของญี่ปุ่น และอีกหนึ่งความโดดเด่นประจำเมืองทาคายาม่าก็คือ “เทศกาลทาคายาม่า”ค่ะ เทศกาลนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสามเทศกาลที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้งคือ ครั้งที่ 1 วันที่ 14 และ 15 เมษายน ในฤดูใบไม้ผลิ และจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 9 และ 10 ตุลาคมในฤดูใบไม้ร่วงค่ะ และจุดเด่นของงานนี้คือ “การแห่ขบวนรอบเมือง” ซึ่งจะประกอบไปด้วยเกวียนแห่เทพเจ้า,การเชิดสิงโต, เต้นระบำ และสิ่งที่นักท่องเที่ยวตั้งตารอกันคือ “ขบวนรถลาก”ค่ะ ซึ่งจะใช้รถลากทั้งหมด 12 คัน โดยแต่ละคันก็จะมีการตั้งชื่อ และมีการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไปค่ะ และในการแสดงรถลากก้จะมีรถลาก 3 คันใหญ่ จะมีการแสดงตุ๊กตาหุ่นเชิดที่เรียกว่า คาราคุริโฮโนหรือตุ๊กตาหุ่นเชิดแบบกลไกค่ะ ซึ่งหุ่นนี้มีอายุเก่าแก่ที่สุด และมีอายุกว่า 260 ปีเลยทีเดียวค่ะ ด้วยความพิเศษนี้จึงทำให้มีผู้เดินทางมาร่วมชมความสวยงามของเทศกาลมากถึง 1 แสน 2 หมื่นคนเลยทีเดียว และถ้าหากเพื่อนๆได้มาเที่ยวที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่เมืองทาคายาม่า จังหวัดกิฟุ เราอยากให้เพื่อนๆมาและห้ามพลาดเทศกาลนี้ เพื่อนๆจะประทับใจแน่นอนค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “ทาคายามะ” (Takayama Matsuri)

สถานที่จัดงาน เมืองทาคายาม่า จังหวัดกิฟุ
กำหนดการจัดงาน วันที่ 14 – 15 เมษายน ของทุกปี
วิธีการเดินทาง รถไฟ Meitetsu จากสนามบินเซ็นแทรร์-กิฟุ แล้วต่อรถบัสไปทาคายาม่า
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 900 เยน, นักเรียน 550 เยน และ 450 เยน

เทศกาลวันเด็กผู้ชาย (Kodomonohi)

IMG BY : th.wikipedia

เรามาต่อกันที่เทศกาลต่อมานั่นคือ เทศกาลวันเด็กผู้ชาย (Kodomonohi) เราเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะรู้จักเทศกาลนี้ เพราะภาพจำของเทศกาลนี้ของใครหลายๆคน คือ “ธงปลาคาร์ฟ” ซึ่งเป็นธรรมเนียมประดับธงที่มีรูปร่างเหมือนปลาคาร์ฟหลากหลายสีสันที่เรียกว่า “Koinobori” นั่นเองค่ะ โดยงานนี้จะจัดขึ้นทุกวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปีนะคะ และในประเทศญี่ปุ่นก็ถือว่าเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์อีกด้วยค่ะ เป็นวันที่ขอพรให้เด็กมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งเราสามารถมองเห็นธงปลาคาร์ฟนี้แหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้าได้ทั่วทุกแห่งเลยค่ะ ธงปลาคาร์ฟโดยทั่วไปจะแบ่งเป็นชุด ๆ ละ 3 ตัวนะคะ ได้แก่ ธงพ่อปลา ธงแม่ปลา และธงลูกปลาค่ะ แต่ในสมัยก่อนนั้นจะมีเพียงแค่ธงพ่อปลาเท่านั้น และสีของปลาคาร์ฟก็ไม่ได้จำกัดสีไว้ตายตัวค่ะ เพียงแค่กำหนดว่าพ่อปลาจะเป็นสีดำ โดยกฎข้อบังคับในปัจจุบันกำหนดให้พ่อปลาเป็นสีดำ แม่ปลาเป็นสีแดง และลูกปลาเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งหากใครได้เที่ยวที่ญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนเมษายน จนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม ก็อยากให้เข้าไปเก็บภาพเป็นที่ระลึกนะคะ เพราะธงปลาคาร์ฟที่นำมาจัดแสดงสวยงามมากจริงๆค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “วันเด็กผู้ชาย” (Kodomonohi)

สถานที่จัดงาน สะพานทะคะดะ (Takada bridge) แม่น้ำซะงะมิ (sagami river)
กำหนดการจัดงาน วันที่ 29 เมษายน – 5 พฤษภาคม ของทุกปี
วิธีการเดินทาง จากสถานีรถไฟ JR Sagamihara สายโยโกฮามะ ลงที่ป้ายสุดท้ายและเดินเท้าต่อ 7 นาที
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

เทศกาลมิฟูเน่ (Mifune Matsuri)

IMG BY : kojikisankyoto.wordpress

เรามาต่อกันที่เทศกาลต่อมานั่นคือ เทศกาลมิฟูเน่ (Mifune Matsuri) เทศกาลนี้เป็นการจำลองงานสังสรรค์องค์จักรพรรดิและขุนนางในราชสำนักเมื่อ 1,000 ปีก่อนค่ะ ซึ่งเป็นงานที่จัดทุกวันที่ 3 ของเดือนพฤษภาคมค่ะ เทศกาลนี้ถือว่าเป็นเทศการที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากถึง 100,000 คนเลยนะคะ นักท่องเที่ยงมักเดินทางมาชื่นชมความตระการตาสง่างามของกองเรือ 20 ลำ โดยแต่ละลำมีการตกแต่งให้เหมือนหัวนกหรือหัวมังกรชมการสังสรรค์ของเหล่าขุนนางญี่ปุ่นค่ะ และนอกจากมีการแสดงเรือแล้วยังมีการแสดงการเต้นระบำพื้นเมือง การแสดงดนตรี และการท่องบทกวีที่บริเวณหัวเรือโบราณด้วยค่ะ โดยเทศกาลมิฟูเน่ (Mifune Matsuri) จัดขึ้นที่ย่านอะระชิยะมะ เกียวโตค่ะ ซึ่งจัดว่าเป็นงานฉลองประจำปีที่น่าตื่นตาตื่นใจ ก่อนที่ขบวนเรือที่ล่องไปในแม่น้ำโออิ จังหวัดเกียวโต ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีความตระการตา รับรองได้ว่ามาชมแล้วไม่ผิดหวัง ประทับใจแน่นอนค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “มิฟูเน่” (Mifune Matsuri)

สถานที่จัดงาน Arashiyama Kyoto
กำหนดการจัดงาน วันที่ 3 เดือนพฤษภาคม ของทุกปี
วิธีการเดินทาง จากสถานีเกียวโต – อะระชิยะมะ จากนั้นเดินเท้าต่อ 10 นาที
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

เทศกาลคะซูกะ (Kasuga Matsuri)

IMG BY : visitnara

เรามาต่อกันที่เทศกาลต่อมานั่นคือ เทศกาลคะซูกะ (Kasuga Matsuri) เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อบวงสรวงแด่ “เทพวะกะมิยะ” ค่ะ ซึ่งมีจุดประสงค์ในการอธิษฐาน เพื่อให้ชาวเมืองมีสุขภาพแข็งแรงและผลผลิตอุดมสมบูรณ์ เและเชื่อกันว่าเป็นเทศกาลที่มีการจัดงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1136 ค่ะ และไม่เคยไม่มีปีไหนหยุดจัดงาน นับตั้งแต่อัญเชิญเทพมาประทับยังพื้นที่คะสุกะ เมื่อผู้ร่วมพิธีเคลื่อนย้ายเทพเจ้าไปยังจุดพักระหว่างทางที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “โอทะบิโฉะ” และจัดพิธีบวงสรวงตามธรรมเนียมแล้ว จะต้องอัญเชิญเทพให้กลับไปประทับที่เดิมภายใน 24 ชั่วโมง โดยผู้ร่วมงานจะต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าย้อนยุคหลากหลายรูปแบบ และจะมีการรวมพลและเคลื่อนตัวไปพร้อมกันเพื่อสักการะ “เทพวะกะมิยะ” ณ จุดประทับค่ะ จากนั้นจะจัดการแสดงบวงสรวงทั้งดนตรีและการร่ายรำด้านหน้าเทพเพื่อแสดงความขอบคุณ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นทั้งพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และเพลิดเพลินกับบรรยากาศของเมืองที่ครึกครื้นด้วยขบวนพาเหรด เรียกว่าเต็มอิ่มทั้งความสุขและความโชคดีจากพรของเทพเจ้าแน่นอนค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “คะซูกะ” (Kasuga Matsuri)

สถานที่จัดงาน ศาลเจ้าคะสุกะ
กำหนดการจัดงาน วันที่ 15 -18 ธันวาคม ของทุกปี
วิธีการเดินทาง จากสถานี JR สายยามะโตจิ ลงที่สถานีนารา และต่อด้วยรถบัสลงป้ายนาราโคสึ
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

เทศกาลยะโยอิ (Yayoi Matsuri)

Yayoi Matsuri

IMG BY : japanistry

เรามาต่อกันที่เทศกาลต่อมานั่นคือ เทศกาลยะโยอิ (Yayoi Matsuri) โดยเทศกาลนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในงานเทศกาลใหญ่และเก่าแก่มากที่สุดงานหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเลยนะคะ ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ตกทอดกันมาตั้งแต่ช่วงปี คศ. 800 หรือพันกว่าปีมาแล้วเลยค่ะ เป็นการจัดงานขึ้นเพื่อฉลองการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ โดยภายในงานแต่ละหมู่บ้านในบริเวณนิกโก้จะมารวมตัวกัน มีไฮไลท์เป็นการแสดงขบวนพาเรดรถเข็นคันใหญ่ที่ตกแต่งมาอย่างสวยงามซึ่งเรียกว่า ฮานะ-ยาไต (hana-yatai) โดยรถเข็นแต่ละคันจะเป็นตัวแทนของแต่ละหมู่บ้านค่ะ จึงจะต้องมีความแตกต่างที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ค่ะ โดยจะมีทั้งหมด 11 คัน งานเทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกวันที่ 13-17 ของเดือนเมษายนของทุกปี โดยงานใหญ่จะเป็นวันที่ 17 ที่รถพาเรดทุกคันจะมารวมกันที่ศาลเจ้าฟุตาระซัง (Futarasan Jinja) ที่เป็น World Heritage ด้วย และเดินขบวนพร้อมกันไปตามทางของศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บนยอดเขานันไต(Natai-san) และบรรยากาศในงานจะมีความผ่อนคลายเนื่องจากจะมีบรรดาเด็กๆจากหมู่บ้านต่างๆมารวมตัวกัน แต่งชุดที่เฉพาะตัวของหมู่บ้านตัวเองเต็มทั้งงาน และยังมีร้านรวงมาออกร้านขายขนมต่างๆ แบบงานวัดดั้งเดิมของญี่ปุ่นเลย เราขอแนะนำว่าถ้าหากเพื่อนๆได้ไป ต้องไปลองขนมปลาไส้ถั่วแดงกันนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “ยะโยอิ” (Yayoi Matsuri)

สถานที่จัดงาน ศาลเจ้าฟุตาระซัง (Futarasan Jinja)
กำหนดการจัดงาน วันที่ 13-17 เมษายน ของทุกปี
วิธีการเดินทาง สถานีนิกโก หรือสถานีโทบุ นิกโก โดยการเดินทางนี้จะใช้เวลาประมาณ 15 นาที
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

เทศกาลแข่งว่าว (Hamamatsu)

IMG BY : en.wikipedia

เรามาต่อกันที่เทศกาลต่อมานั่นคือ เทศกาลแข่งว่าว (Hamamatsu) ตามโบราณเทศกาลนี้เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองให้ลูกคนแรกที่เกิดในปีนั้นๆ พื่ออธิษฐานให้พวกเขาเติบโตอย่างแข็งแรง และเสริมสร้างชุมชนให้เกิดความสามัคคีค่ะ ในช่วงกลางวันบริเวณลานนะกะตะจิมะจะเริ่มปล่อย “ว่าวตัวแรก” ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อขอพรให้เด็กๆกันค่ะ จากนั้นในช่วงกลางคืน ชุมชนจะจัดขบวนพาเหรดอย่างยิ่งใหญ่พร้อมการแสดงดนตรีโบราณและเสียงเชียร์อึกทึกระหว่างลากดึงซุ้มแห่ มีผู้เข้าร่วมกว่า 170 เมือง ตราว่าว ซุ้มแห่ และเสื้อคลุมฮัปปิจากแต่ละท้องถิ่นมีดีไซน์แตกต่างกัน และที่ต้องจัดที่ฮะมะมัตซึ เพราะด้วยปัจจัยด้านภูมิประเทศและภูมิอากาศ ฮะมะมัตซึมีลมพัดแรง และเหมาะแก่การเล่นว่าวค่ะ ภายในงานจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันสดใสนอกจากนี้ เทศกาลที่มีจุดเริ่มต้นจากการอวยพรให้เด็กจึงยังคงได้รับการสืบทอดมาถึงปัจจุบัน

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “แข่งว่าว” (Hamamatsu-shi)

สถานที่จัดงาน ลานนะกะตะจิมะ (การแข่งขันว่าว)
ลานจัดงานใจกลางเมือง (พื้นที่เดินขบวนแห่)
กำหนดการจัดงาน วันที่ 3 – 5 พฤษภาคม ของทุกปี
วิธีการเดินทาง จากสถานีโตเกียว และลงสถานีเจอาร์ฮะมะมัตสึ จังหวัดชิซุโอกะ
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

เทศกาลอะโออิ (Aoi Matsuri)

IMG BY : discoverkyoto


เรามาต่อกันที่เทศกาลต่อมานั่นคือ เทศกาลอะโออิ (Aoi Matsuri) เป็นเทศกาลประจำปีของศาลเจ้าชิโมกาโมะ (Shimogamo Shrine) และศาลเจ้าคามิกาโมะ (Kamigamo Shrine) ในเขตเกียวโตค่ะ โดยจะจัดขึ้นในทุกวันที่ 15 พฤษภาคมของทุกปี นะคะ และถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสามเทศกาลใหญ่แห่งเมืองเกียวโต โดยจุดเด่นของเทศกาลนี้ คือขบวนแถวขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “โระโทโนะกิ” ซึ่งมีคนกว่า 500 คน แต่งกายด้วยชุดขุนนาง แบบสมัยเฮอัน หรือในช่วงเมื่อ 800 – 1200 ปีก่อนค่ะ และจะเดินรอบเมืองเกียวโต โดยผู้ที่เข้าร่วมเดินขบวนจะตกแต่งด้วยใบฟุทาบะอาโออิ ที่เป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้าชิโมกาโมะกับศาลเจ้าคามิกะโมะค่ะ และในขบวนจะการถือเครื่องดนตรีของยุคสมัยเฮอัน เพื่อแสดงต่อหน้าเทพเจ้า และเกวียนโกะโฉะคุรุมะที่ใช้วัวลาก โดยจะให้บรรยากาศแบบเดียวกับยุคสมัยเฮอันเลยค่ะ ซึ่งเหมือนได้ปลุกวัฒนธรรมของขุนนางสมัยก่อนได้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้งในเทศกาลอาโออิเลยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “อะโออิ” (Aoi Matsuri)

สถานที่จัดงาน เริ่มที่พระราชวังอิมพีเรียลเกียวโตไปยังศาลเจ้าชิโมกาโมะ และไปยังศาลเจ้าคามิกาโมะ
กำหนดการจัดงาน วันที่ 15 พฤษภาคม ของทุกปี
วิธีการเดินทาง จากสถานีโตเกียวลงไปสถานีเกียวโต
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

เทศกาลใหญ่ของศาลเจ้า โทโชกุ (Toshogu)

เทศกาลใหญ่ของศาลเจ้า โทโชกุ

IMG BY : japanistry

เรามาต่อกันที่เทศกาลต่อมานั่นคือ เทศกาลใหญ่ของศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu) ในช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงชูคิไทไซ หากเพื่อนๆคนไหนเดินทางมาช่วงนี้จะสามารถชื่นชมบรรยากาศและการแสดงต่างๆ มากมายเลยนะคะ จะมีการจัดแสดงสาธิตความสามารถของนักรบแบบโบราณ การยิงธนูยาวและการยิงธนูบนหลังม้างาน และสิ่งที่เป็นจุดเด่นของเทศกาลนี้ คืองานพาเหรดซามูไรค่ะ ในขณะที่เดินขบวนพาเหรดนี้ ซามูไรนับ 1,000 นาย ในชุดเกราะแบบจัดเต็มจะออกมาเดินตามถนนสายต่างๆ เพื่อจำลองการอารักขาศพของโทกุกะวะ อิเอะยาสุ เพื่อเดินทางไปศาลเจ้าโทโชุค่ะ และงานนี้จัดในวันที่ 16 และ 17 ตุลาคมของทุกปีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “ศาลเจ้า โทโชกุ” (Toshogu)

สถานที่จัดงาน ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu)
กำหนดการจัดงาน วันที่ 16 – 17 ตุลาคม ของทุกปี
วิธีการเดินทาง จากสถานี Tobu Nikko ขึ้นรถที่ป้ายโซนมรดกโลก
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

เทศกาลฮะคะตะ โดนทุคุ (Hakata Dontaku)

IMG BY : fukuoka-now

เรามาต่อกันที่เทศกาลต่อมานั่นคือ เทศกาลฮะคะตะ โดนทุคุ (Hakata Dontaku) โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกวันที่ 3-4 พฤษภาคมของทุกปีค่ะ และจัดที่เมืองฟุกุโอกะนะคะ ในทุกปีจะมีผู้คนมาร่วมงานเทศกาลกว่า 2 ล้านคนเลย โดยเทศกาลนี้มีต้นกำเนิดมาจากเทศกาล“ฮากาตะมัทสึบายาชิ” ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ในสมัยมุโรมาจิ จึงทำให้เทศกาลนี้เป็นเหมือนตัวแทนของเมืองฟุกุโอกะ โดยจะมีขบวนแห่เทพเจ้าที่เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภค่ะ โดยขบวนจะแห่เทพเจ้าบนหลังม้าตามตำนานญี่ปุ่นรอบเมืองเลยนะคะ อีกทั้งยังมีขบวนพาเหรดที่มีทั้งผู้ใหญ่และเด็กเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ต่างเดินขบวนร้องเพลงอวยพรตามขบวนแห่ที่เรียกว่า Dontakutai เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลที่น่าสนใจอีกเทศกาลที่ต้องไปชมเลยนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเทศกาล “ฮะคะตะ โดนทุคุ” (Hakata Dontaku)

สถานที่จัดงาน ถนน Meiji-dori บริเวณ Tsunaba-machi, Hakata-ku, Fukuoka-shi, Fukuoka
กำหนดการจัดงาน วันที่ 3 – 4 พฤษภาคม ของทุกปี
วิธีการเดินทาง จากรถไฟใต้ดินสาย Hakosaki ลงสถานี Tenjin หรือ สถานี Gofukucho
ค่าเข้าชม เข้าชมฟรี

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆ กับ 10 เทศกาลน่าสนใจในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เราได้นำมาแนะนำเพื่อนๆ เรียกได้ว่าแต่ละเทศกาลนั้นมีความเป็นมา และเป็นวัฒนธรรมที่ชาวญี่ปุ่นได้สืบสานต่อกันมาเป็นเวลาอย่างยาวนานเลยนะคะ ซึ่งล้วนแต่มีความสวยงามทั้งนั้นเลย และเราก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยคให้แก่เพื่อนๆที่กำลังสนใจในเรื่องนี้อยู่นะคะ หวังว่าจะได้ใช้บทความของเราไปช่วยตัดสินใจในการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงนะคะ

Pick up

บทความแนะนำ

  1. เพลิดเพลินไปกับซากุระที่เกียวโต แนะนำสถานที่ชมดอกไม้ เครื่องแต่งกายและโรงแรมที่ใกล้กับสถานที่ชมดอกไม้

  2. แนะนําสถานที่ชมดอกไม้ในภูมิภาคกลางและตะวันตกของญี่ปุ่น

  3. แนะนำ 10 เทศกาลน่าสนใจในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบชิลๆ

บทความล่าสุด

  1. เพลิดเพลินไปกับอากาศหนาว และแหล่งน่าเที่ยวของจังหวัดอาคิตะในฤดูหนาว

  2. การเปรียบเทียบการจัดอันดับตัวละครยอดนิยมของซานริโอ : ความแตกต่างระหว่างญี่ปุ่นและไทย

  3. ทำความเข้าใจกับความสะดวกสบายของคำว่า “ซุมิมะเซ็น” ในภาษาญี่ปุ่น

  4. พาเที่ยวเกาะโชโดชิมะ (Shodoshima Island) สัมผัสธรรมชาติแบบชิลๆ

  5. แนะนำเมนูอาหารน่าทานสำหรับช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่น อบอุ่นทั้งร่างกายและดีต่อใจ

  6. แนะนำร้านทาโกะยากิที่ต้องไปทานให้ได้ หากไปเยือนโอซาก้า

  7. แนะนำย่านช็อปปิ้งโอสึ (Osu Shopping Street) ช็อปสนุกกันที่ย่านอากิฮาบาระแห่งเมืองนาโกย่า

  8. สกีรีสอร์ทนิเซโกะ (Niseko Ski Resort) แหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงระดับโลก กับการผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

  9. แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว

  10. แนะนำ 9 สถานที่ท่องเที่ยวที่สามารเพลิดเพลินได้ แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝน

TOP