IMG BY : 360navi
หากพูดถึงเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของ วัฒนธรรมญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงเกียวโตเป็นอันดับแรก แต่ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นในปัจจุบัน อาจทำให้การเดินเล่นถ่ายรูปในเมืองเก่าไม่ชิลเท่าที่ควร แต่น้อยคนจะรู้ว่า จังหวัดไอจิ (Aichi) ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างโตเกียวและโอซาก้า คือหนึ่งในขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงความสมบูรณ์และมีความดิบของยุคซามูไรซ่อนอยู่!
ไอจิไม่ได้มีแค่เมืองนาโกย่าที่ทันสมัย แต่ที่นี่ยังเป็น “บ้านเกิดของ 3 วีรบุรุษผู้รวบรวมญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น” ในบทความนี้ เราได้คัดมาแล้วกับพิกัดลับสำหรับ เที่ยวไอจิ ที่จะทำให้คุณเหมือนหลุดเข้าไปในยุคเอโดะ พร้อมแจกแพลนเที่ยวท้ายบทความที่คุณสามารถนำไปใช้เดินทางตามได้ทันที!
สารบัญ
ทำไม “จังหวัดไอจิ” ถึงเป็นสวรรค์ของคนรักวัฒนธรรมญี่ปุ่น?
IMG BY : travel.rakuten
ในยุคเซ็นโงคุ (Sengoku) หรือยุคสงครามกลางเมืองของญี่ปุ่น จังหวัดไอจิคือจุดศูนย์กลางของอำนาจทางการทหารและการเมือง เพราะเป็นบ้านเกิดของ 3 ซามูไรผู้ยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์ ได้แก่ โอดะ โนบุนางะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และ โทคุงาวะ อิเอยาสุ
IMG BY : tabemaro
ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ ทำให้จังหวัดไอจิเต็มไปด้วยปราสาทดั้งเดิม ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศ และย่านเมืองเก่าญี่ปุ่นที่ยังคงสืบทอดงานฝีมือมาตั้งแต่ยุคเอโดะ หากคุณเป็นคนที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และญี่ปุ่นโบราณ ที่นี่คือสถานที่ที่คุณต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง
แนะนำพิกัดเที่ยวไอจิ (Aichi) ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นโบราณ
ปราสาทอินุยามะ (Inuyama Castle) และเมืองเก่า
IMG BY : aichinow.pref.aichi
ปราสาทอินุยามะไม่ใช่แค่ปราสาทจำลองที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ที่นี่คือ 1 ใน 5 ปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ ตัวหอคอยปราสาททำจากไม้ทั้งหมด เมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นบนสุด คุณจะได้สัมผัสกับวิวพาโนรามาของแม่น้ำคิโซะที่สวยงาม
IMG BY : 360navi
หลังจากชมปราสาทแล้ว ในส่วนของด้านล่างจะมีถนนฮนมาจิ (Honmachi Street) ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยบ้านไม้แบบญี่ปุ่นโบราณ มีร้านสตรีทฟู้ด ร้านขนม และคาเฟ่ให้แวะชิมตลอดทาง
Tips: กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือการเช่า “ชุดกิโมโน” หรือ “ชุดยูกาตะ” มาเดินเล่นบนถนนฮนมาจิและถ่ายรูปคู่กับปราสาท รับรองว่าได้รูปสวย ๆ ไว้ลงโซเชียลแบบไม่ซ้ำใครแน่นอน
เมืองเก่าอาริมัตสึ (Arimatsu)
IMG BY : shibori-kaikan
เมืองเก่าอาริมัตสึเป็นเมืองที่ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน ที่นี่เคยเป็นเมืองที่พักแรมบนเส้นทางสายโทไคโด (Tokaido) ที่เชื่อมระหว่างเอโดะและเกียวโตในอดีต บรรยากาศของบ้านเรือนพ่อค้าไม้สีเข้มและหลังคากระเบื้องยังคงถูกอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์
IMG BY : shibori-kaikan
สิ่งที่ทำให้อาริมัตสึโด่งดังไปทั่วโลกคือ “อาริมัตสึ นารุมิ ชิโบริ” (Arimatsu Narumi Shibori) หรืองานฝีมือผ้ามัดย้อมแบบดั้งเดิมที่มีลวดลายซับซ้อนและงดงาม คุณสามารถซื้อของที่ระลึกเก๋ ๆ หรือแม้แต่เข้าร่วมกิจกรรมทำผ้ามัดย้อมด้วยตัวเองได้เลย
ศาลเจ้าอัตสึตะ
IMG BY : nagoya-info
ศาลเจ้าอัตสึตะเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นรองเพียงศาลเจ้าใหญ่อิเสะเท่านั้น ท่ามกลางความเจริญของเมืองนาโกย่า ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยป่าไม้โบราณอายุนับพันปีที่ให้ความรู้สึกสงบร่มเย็นทันทีที่ก้าวเข้าไป
IMG BY : nomurakougei
ไฮไลต์สำคัญคือที่นี่เป็นสถานที่เก็บรักษาดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ (Kusanagi-no-Tsurugi) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ประจำองค์จักรพรรดิญี่ปุ่น แม้เราจะไม่สามารถมองเห็นดาบองค์จริงได้ แต่แค่ได้มาสักการะก็ถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง
พิพิธภัณฑ์ศิลปะโทคุงาวะ
IMG BY : tokugawa-art-museum
สำหรับสายลึกที่อยากเห็นของจริงจากยุคซามูไรต้องห้ามพลาดพิพิธภัณฑ์ศิลปะโทกุงาวะ ที่นี่เก็บรวบรวมมรดกและสมบัติล้ำค่าของตระกูลโอวาริ โทกุงาวะ (Owari Tokugawa) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสายตระกูลหลักของโชกุนโทคุงาวะ โดยคุณจะได้ชมชุดเกราะซามูไรของจริง ดาบคาตานะที่มีชื่อเสียง อุปกรณ์ชงชาแบบดั้งเดิม รวมถึงม้วนภาพ “ตำนานเก็นจิ (The Tale of Genji)” ที่ถือเป็นสมบัติชาติ การจัดแสดงที่นี่ช่วยเติมเต็มภาพจำของวัฒนธรรมญี่ปุ่นในยุครุ่งเรืองได้เป็นอย่างดี
คินชาจิ โยโคโจ
IMG BY : kinshachi-yokocho
หลังจากเดินเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มาทั้งวัน ขอแนะนำให้แวะมาที่ถนนคินชาจิ โยโคโจ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าปราสาทนาโกย่า ที่นี่เป็นโซนร้านอาหารที่ถูกออกแบบและจำลองบรรยากาศให้เหมือนกับเมืองรอบปราสาทในยุคเอโดะ
IMG BY : guruguru.nagoya
ที่นี่จะแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ โซนโยชินาโอะ (Yoshinao Zone) ที่เน้นความดั้งเดิม และโซนมุเนฮารุ (Muneharu Zone) ที่เน้นความทันสมัย ที่นี่คือจุดศูนย์รวมของเมนูอาหารท้องถิ่นนาโกย่าที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าปลาไหลฮิตสึมาบุชิ หมูทอดมิโซะคัตสึ และปีกไก่ทอดเทบาซากิ
แนะนำโรงแรมที่ยกระดับการเที่ยวไอจิให้ได้ฟีลญี่ปุ่นดั้งเดิม
Hotel Indigo Inuyama Urakuen Garden
โรงแรมสุดหรูที่ตั้งอยู่ติดกับ “ห้องชงชาอุราคุเอ็น (Urakuen)” สวนชาที่เป็นสมบัติแห่งชาติ และอยู่ห่างจากปราสาทอินุยามะเพียงไม่กี่ก้าว การออกแบบภายในโรงแรมเป็นการผสมผสานระหว่างความร่วมสมัยและวัฒนธรรมท้องถิ่นของไอจิได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ลวดลายไม้ งานเซรามิกอินุยามะ และศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแม่น้ำคิโซะ ไฮไลต์สำคัญคือออนเซ็นกลางแจ้งที่ให้คุณได้แช่น้ำแร่ธรรมชาติพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินเที่ยวเมืองเก่า หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่กลมกลืนไปกับประวัติศาสตร์และธรรมชาติของอินุยามะ ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะทำให้ทริปย้อนเวลาของคุณน่าจดจำยิ่งขึ้น
ดูรายละเอียดบัตร JR Pass ได้ที่นี่
จองโรงแรมได้ที่ |
||
|---|---|---|
| จองที่ HOTELS.com | ||
| จองที่ EXPEDIA | ||
| จองที่ AGODA | ||
| จองที่ BOOKING.COM |
Nikko Style Nagoya
หากคุณเลือกพักในตัวเมืองนาโกย่าแต่ยังคงอยากอินกับศิลปะดั้งเดิม ขอแนะนำโรงแรมไลฟ์สไตล์แห่งนี้ที่นำเอาเสน่ห์ของงานคราฟต์ท้องถิ่นมาไว้ในทุกซอกทุกมุม ห้องพักถูกตกแต่งด้วยหมอนอิงลายงานผ้ามัดย้อมที่เราเพิ่งไปเที่ยวชมมา รวมถึงการใช้โคมไฟกระดาษสาญี่ปุ่นที่ให้แสงสว่างนวลตาและอบอุ่น พื้นที่ส่วนกลางยังมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมซามูไรผ่านการประดับตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ชาจิโฮโกะ (Shachihoko) ในรูปแบบงานศิลปะสมัยใหม่ นอกจากจะได้พักผ่อนบนเตียงนอนหนานุ่มสบายแล้ว คุณยังจะได้ดื่มด่ำกับสุนทรียภาพของงานช่างฝีมือญี่ปุ่นที่ถูกตีความใหม่อีกด้วย
ดูรายละเอียดบัตร JR Pass ได้ที่นี่
จองโรงแรมได้ที่ |
||
|---|---|---|
| จองที่ HOTELS.com | ||
| จองที่ EXPEDIA | ||
| จองที่ AGODA | ||
| จองที่ BOOKING.COM |
แจกแพลนเที่ยวไอจิ 2 วัน 1 คืน สำหรับสายประวัติศาสตร์
เพื่อให้คุณเห็นภาพว่าการเที่ยวในจังหวัดไอจิเพื่อเก็บพิกัดเชิงวัฒนธรรมนั้นง่ายแค่ไหน เราได้จัดทำแผนการเดินทางที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก สามารถเริ่มต้นจากสถานี JR Nagoya ได้เลย
Day 1
| เวลา | กิจกรรม / สถานที่ | การเดินทาง |
|---|---|---|
| 09:00 | เดินเล่นสัมผัสบรรยากาศที่ศาลเจ้าอัตสึตะ | นั่งรถไฟ Meitetsu จาก JR Nagoya ลงสถานี Jingu-mae ประมาณ 10 นาที |
| 13:00 | ย้อนยุคเอโดะที่เมืองเก่าอาริมัตสึ ชมผ้ามัดย้อม | นั่งรถไฟ Meitetsu จาก Jingu-mae ลงสถานี Arimatsu ประมาณ 15 นาที |
| 16:00 | กลับเข้าตัวเมืองนาโกย่า ชิมข้าวหน้าปลาไหลฮิตสึมาบุชิ | นั่งรถไฟกลับเข้าสู่โซนนาโกย่า |
Day 2
| เวลา | กิจกรรม / สถานที่ | การเดินทาง |
|---|---|---|
| 09:30 | เที่ยวปราสาทอินุยามะ และเดินเล่นที่ถนนฮนมาจิ | นั่งรถไฟ Meitetsu จากสถานี JR Nagoya ลงสถานี Inuyamayuen หรือสถานี Inuyama ประมาณ 35 นาที |
| 15:00 | ชมมรดกซามูไรที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะโทคุงาวะ | นั่งรถไฟย้อนกลับมาที่สถานี JR Nagoya และนั่งรถบัสจากหน้าสถานีเข้าไปได้ |
จังหวัดไอจิเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์คนที่หลงใหลในญี่ปุ่นโบราณ และอยากสัมผัสวิถีชีวิตที่ลึกซึ้งกว่าเมืองท่องเที่ยวกระแสหลัก ช่วงเวลาที่แนะนำให้ไปเยือนมากที่สุดคือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิประมาณปลายมีนาคม – ต้นเมษายน เพราะคุณจะได้เห็นปราสาทอินุยามะท่ามกลางซากุระบานสะพรั่ง และช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีประมาณเดือนพฤศจิกายน ที่อากาศเย็นสบายและเหมาะกับการใส่กิโมโนเดินเล่น หากคุณชอบบทความนี้และกำลังวางแผนไปเที่ยวภูมิภาคชูบุ (Chubu) อย่าลืมแชร์เก็บไว้ หรือส่งให้เพื่อนร่วมทริปของคุณดูเป็นไอเดียได้เลย!













