คิวชู

คู่มือเที่ยวเบปปุ (Beppu) ฉบับสมบูรณ์ แช่ออนเซ็น ทัวร์ 7 บ่อนรก พร้อมสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่

IMG BY : nippon

ภาพควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ หลังคาบ้าน และตามตรอกซอกซอยทั่วทั้งเมือง คือภาพจำที่ทำให้ทุกคนรู้ว่าตัวเองได้เดินทางมาถึง “เบปปุ (Beppu)” แล้ว ถ้าคุณเป็นสายแช่ออนเซ็นหรือหลงใหลในวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น เบปปุคือเมืองที่คุณต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับไฮไลท์และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ห้ามพลาดเมื่อได้มาเยือนที่เบปปุ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางและเพลิดเพลินกับทริปของคุณได้อย่างเต็มที่

ทำไมต้องมาเที่ยว “เบปปุ (Beppu)”?

IMG BY : nippon

เบปปุ (Beppu) ตั้งอยู่ในจังหวัดโออิตะ (Oita) ภูมิภาคคิวชูที่อยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งออนเซ็น” เพราะมีปริมาณน้ำพุร้อนผุดขึ้นมาตามธรรมชาติมากที่สุดในญี่ปุ่น และยังเป็นอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย การได้มาเที่ยวเบปปุจะเป็นการได้สัมผัสวิถีชีวิตของ “เมืองแห่งออนเซ็น” สุดคลาสสิก พร้อมกับได้ลองชิมอาหารที่ปรุงจากไอน้ำใต้ดิน และได้ตื่นตากับบ่อน้ำพุร้อนสีประหลาดที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

แนะนำไฮไลท์ห้ามพลาด! ทัวร์ 7 บ่อนรกแห่งเบปปุ (Jigoku Meguri)

IMG BY : hoshinoresorts

คำว่า “จิโกกุ (Jigoku)” ในภาษาญี่ปุ่นจะแปลว่านรก โดยบ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้จะมีอุณหภูมิสูงถึง 90-100 องศาเซลเซียส ทำให้ไม่สามารถลงไปแช่ และมีไว้สำหรับให้เหล่านักท่องเที่ยวเข้ามารับชมเท่านั้น ปัจจุบันนี้ เหล่าบ่อนรกของเบปปุได้ถูกจัดกลุ่มบ่อหลัก ๆ ไว้ 7 บ่อ แบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่

โซนคันนาวะ (Kannawa Zone)

บ่อทะเล (Umi Jigoku)

IMG BY : veltra

เป็นบ่อที่สวยและใหญ่ที่สุด โดยจะมีน้ำเป็นสีฟ้าโคบอลต์เหมือนน้ำทะเล แต่มีความร้อนถึง 98 องศา!

บ่อโคลนเดือด (Oniishibozu Jigoku)

IMG BY : betsudaikohsan

เป็นบ่อที่มีโคลนสีเทาที่เดือดปุด ๆ เป็นรูปวงกลม ดูคล้ายกับหัวโล้นของพระญี่ปุ่น

บ่อเตาอบ (Kamado Jigoku)

IMG BY : betsudaikohsan

เป็นการรวมมิตรบ่อนรกไซส์มินิหลาย ๆ แบบไว้ในที่เดียว โดยจะมีจุดให้ดื่มน้ำพุร้อนและอบไอน้ำผิวหน้าด้วย

บ่อจระเข้ (Oniyama Jigoku)

IMG BY : visit-oita

บ่อนี้ถือเป็นบ่อพิเศษที่มีการใช้ความร้อนจากออนเซ็นมาเลี้ยงจระเข้ที่อยู่ในบ่อกว่าร้อยตัว ให้ผู้มาเยือนสามารถรับชมเหล่าจระเข้ที่อยู่ในบ่อได้

บ่อสีขาว (Shiraike Jigoku)

IMG BY : harusdia.hatenablog

เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีน้ำเป็นสีขาวนมขุ่น บรรยากาศรอบ ๆ จะรายล้อมด้วยสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่เงียบสงบ

โซนชิบะเซกิ (Shibaseki Zone)

บ่อเลือด (Chinoike Jigoku)

IMG BY : bunbun.hatenablog

เป็นบ่อออนเซ็นสีแดงฉานเหมือนเลือด ซึ่งสีแดงในบ่อจะเกิดจากธาตุเหล็กและดินเหนียว แถมยังมีขี้ผึ้งทาผิวจากบ่อนี้ขายด้วย

บ่อน้ำพุร้อนพุ่ง (Tatsumaki Jigoku)

IMG BY : ppap.kinto-jp

เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่จะมีการพ่นน้ำพุร้อนขึ้นฟ้าสูงกว่า 50 เมตร ทุก ๆ 30-40 นาที ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก

Tips: หากต้องการรับชมบ่อน้ำพุร้อนโดยการซื้อตั๋วแยกทีละบ่อ จะตกบ่อละ 450 เยน และถ้าหากรับชมทั้งหมด 7 บ่อจะมีราคารวมเป็น 3,150 เยน ขอแนะนำให้ซื้อสมุดพาสปอร์ตแบบเหมาชม (Jigoku Pass) ในราคาเพียง 2,200 เยน ซื้อคุณสามารถหาซื้อได้ที่จุดจำหน่ายตั๋วของทุกบ่อ

สัมผัสประสบการณ์สุดฟินในเบปปุ

นอกจากทัวร์บ่อนรกแล้ว การมาเยือนออนเซ็นเบปปุยังมีกิจกรรมที่หาทำที่อื่นได้ยาก แนะนำว่าห้ามพลาด 3 สิ่งนี้

อบออนเซ็นทรายร้อน (Sand Bath)

IMG BY : kitade-onsen

บริการนี้จะเป็นการให้พนักงานขุดหลุมทรายที่ถูกอุ่นด้วยความร้อนจากออนเซ็นธรรมชาติแล้วฝังตัวคุณลงไป ทรายที่หนักและอุ่นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต คลายความเมื่อยล้าได้ดีเยี่ยม ซึ่งคุณสามารถสัมผัสประสบการณ์นี้ได้จากโรงอาบน้ำทาเคกาวาระ ออนเซ็น (Takegawara Onsen) หรือหาดทรายอบเบปปุ (Beppu Kaihin Sand Bath)

ชิมอาหารนึ่งไอน้ำ

IMG BY : granxia-beppu

ชาวเมืองเบปปุจะใช้ไอน้ำจากออนเซ็นในการทำอาหารมานาน คุณสามารถไปที่ร้านอาหาร Jigokumushi Kobo Kannawa เพื่อเช่าเตานึ่ง เลือกซื้อวัตถุดิบอย่างกุ้ง หอย ปู ปลา ผักสดมาใส่ตะกร้าลงไปนึ่งในไอน้ำออนเซ็น 100 องศา รสชาติที่ได้จะหวานธรรมชาติและดีต่อสุขภาพสุด ๆ ขอแนะนำว่าอย่าลืมชิมพุดดิ้งออนเซ็นด้วย

ชมวิวเมืองที่มีควันพุ่งออกมา

IMG BY : oita-tourism

คุณสามารถรับชมวิวของเมืองได้ที่จุดชมวิวบนเนินเขาที่คุณจะมองเห็นภาพพาโนรามาของเมืองเบปปุที่มีควันพุ่งขึ้นมาจากปล่องไฟทั่วเมืองตัดกับฉากหลังที่เป็นภูเขา ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 100 ทิวทัศน์ที่สวยงามของญี่ปุ่น ขอแนะนำให้มาช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เพราะแสงไฟจากเมืองรวมกับควันออนเซ็นนั้นให้ความโรแมนติกมาก

การเดินทางไปเบปปุ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักตั้งต้นจากเมืองฟุกุโอกะ (สถานี Hakata) เพราะมีเที่ยวบินตรงจากไทย การเดินทางมาเบปปุนั้นง่ายมาก โดยเริ่มจากสถานี JR Hakata คุณสามารถนั่งรถไฟด่วนพิเศษมาลงที่สถานี JR Beppu ได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และนั่งรถบัสจากสถานี JR Hakata มาได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

แนะนำโรงแรมน่าพักในเบปปุ

Suginoi Hotel

เป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์ความบันเทิงและออนเซ็นแบบครบจบในที่เดียว โดยโรงแรมนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาคันไคจิ (Kankaiji) ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของเมืองเบปปุและอ่าวเบปปุได้อย่างกว้างไกล ไฮไลท์ของที่นี่คือบ่อออนเซ็นกลางแจ้งที่ออกแบบเป็นชั้นสเต็ป ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าพร้อมชมวิวเมือง นอกจากนี้ยังมี “The Aqua Garden” ที่เป็นสวนน้ำออนเซ็นกลางแจ้งกลางแจ้งที่คุณสามารถใส่ชุดว่ายน้ำเล่นน้ำพร้อมชมการแสดงแสงสีเสียงในยามค่ำคืน อีกทั้งโรงแรมนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติขนาดใหญ่ที่มีเมนูสดใหม่ให้เลือกหลากหลาย ทั้งอาหารทะเล ซูชิ สเต๊ก และของหวานนานาชนิด โรงแรมนี้จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับทั้งกลุ่มครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนที่มาเที่ยวเบปปุกันเลย

จุดเด่นของโรงแรม Suginoi Hotel

✅ มีออนเซ็นแบบซ้อนชั้นริมขอบฟ้า พร้อมวิวพาโนรามาที่ให้คุณชมเมืองเบปปุและอ่าวเบปปุ
✅ มีสวนน้ำออนเซ็นกลางแจ้งที่มีการแสดงแสงสีเสียงค่ำคืน พร้อมบุฟเฟต์อาหารนานาชาติระดับพรีเมียม
✅ มีห้องพักหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมไปจนถึงห้องพักสไตล์โมเดิร์น พร้อมศูนย์ความบันเทิงครบวงจรในที่เดียว

ข้อมูลของโรงแรม Suginoi Hotel

ราคา เริ่มต้น 9,000 THB~ (ราคาขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ควรเช็คราคาจากวันที่เข้าพัก)
การเดินทาง นั่งรถบัสจากสถานี JR Beppu มาลงที่ป้าย Reisenji และเดินต่อประมาณ 10 นาที

จองโรงแรมได้ที่

จองที่ HOTELS.com
จองที่ EXPEDIA
จองที่ AGODA
จองที่ BOOKING.COM


ดูรายละเอียดบัตร JR Pass ได้ที่นี่

Amane Resort Seikai

เป็นที่พักสำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบ ที่นี่เป็นเรียวกังรีสอร์ตหรูหราที่ตั้งอยู่ติดริมชายหาดโชนินฮามะของอ่าวเบปปุ ห้องพักทุกห้องจะมีบ่อออนเซ็นแบบเปิดโล่งอยู่ตรงระเบียงห้อง ทำให้คุณสามารถนอนแช่น้ำร้อนผ่อนคลายไปพร้อมกับการรับชมวิวทะเลได้ตลอดเวลา ภายในจะมีการตกแต่งภายในผสมผสานความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยห้องพักขนาดกว้างขวางและเฟอร์นิเจอร์ไม้คุณภาพสูง อีกทั้งที่นี่มีห้องอาหารชั้นนำให้เลือกถึง 3 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ อาหารทะเลสดใหม่ที่จับจากช่องแคบบุนโกะ หรือสเต๊กเทปปันยากิเนื้อโออิตะวากิว นอกจากนี้ยังมีบ่อออนเซ็นรวมลอยฟ้าชั้นบนสุดที่เปิดรับทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าแบบ 180 องศา ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลขณะแช่ออนเซ็น

จุดเด่นของโรงแรม Amane Resort Seikai

✅ มีบ่อออนเซ็นส่วนตัวริมระเบียงในห้องพัก สามารถมองเห็นวิวทะเลเบปปุได้
✅ มีห้องอาหารสุดหรูให้เลือกถึง 3 สไตล์ โดดเด่นด้วยวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่และเนื้อวัวโออิตะวากิว
✅ บ่อออนเซ็นลอยฟ้าชั้นบนสุดเปิดรับทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าและพระอาทิตย์ขึ้นเหนือน้ำทะเลในยามเช้า

ข้อมูลของโรงแรม Amane Resort Seikai

ราคา เริ่มต้น 9,000 THB~ (ราคาขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ควรเช็คราคาจากวันที่เข้าพัก)
การเดินทาง เดินจากสถานี JR Beppudaigaku ประมาณ 10 นาที

จองโรงแรมได้ที่

จองที่ HOTELS.com
จองที่ EXPEDIA
จองที่ AGODA
จองที่ BOOKING.COM


ดูรายละเอียดบัตร JR Pass ได้ที่นี่


ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิลที่อยากนอนแช่ออนเซ็นรับลมทะเล สายกินที่อยากลองสัมผัสรสชาติอาหารนึ่งไอน้ำธรรมชาติ หรือสายถ่ายรูปที่อยากมาเก็บภาพความแปลกตาของ 7 บ่อนรก เบปปุถือเป็นสถานที่ที่จะช่วยเติมเต็มทริปคิวชูของคุณได้เป็นอย่างดี ลองเลือกแพลนเที่ยวและที่พักในสไตล์ที่ชอบ แล้วแพ็กกระเป๋าเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์เมืองควันขโมงแห่งนี้ด้วยตัวเองสักครั้ง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมใคร ๆ ต่างก็ตกหลุมรักเมืองออนเซ็นแห่งนี้!

Pick up

บทความแนะนำ

  1. แนะนำเส้นทางเที่ยวญี่ปุ่นกับ Peach : 3 เส้นทางที่ไม่ควรพลาด

  2. ท่องเที่ยวที่คาโกชิมะและมิยาซากิด้วยรถไฟ D&S (จังหวัดมิยาซากิ)

  3. ท่องเที่ยวที่คาโกชิมะและมิยาซากิด้วยรถไฟ D&S (จังหวัดคาโกชิมะ)

  4. 【จังหวัดโออิตะ】รับชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์รอบคิวชู! และสำรวจสถานที่ยอดฮิตจากเรื่อง “ผ่าพิภพไททัน” (Attack on Titan)

  5. 【จังหวัดฟุกุโอกะ】รับชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์รอบคิวชู! และสำรวจสถานที่ยอดฮิตจากเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร” (Kimetsu no Yaiba)

  6. 【จังหวัดคาโกชิมะ】รับชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์รอบคิวชู! และสำรวจสถานที่ยอดฮิตจากเรื่อง “ยามซากุระร่วงโรย” (5 Centimeters Per Second)

  7. 【จังหวัดคุมาโมโตะ】รับชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์รอบคิวชู! และสำรวจสถานที่ยอดฮิตจากเรื่อง “นัตสึเมะกับบันทึกพิศวง” (Natsume Yuujin Chou) และ “วันพีซ” (One Piece)

  8. สัมผัสความประทับใจและความสะดวกสบาย บนเส้นทางเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ (ไทย) สู่โอซาก้า (ญี่ปุ่น)

  9. บริการแนะนำสำหรับการเดินทางในญี่ปุ่น!เก็บสัมภาระไว้ที่ร้าน ”KARAOKEKAN” ใกล้ๆ แล้วไปเที่ยว หรือช้อปปิ้งได้แบบไม่ต้องหิ้วของ♪ บริการฝากสัมภาระ Luggage Storage

  10. บริการขนส่งสัมภาระที่ทำให้คุณสนุกกับการเดินทางในโตเกียวได้อย่างเต็มที่ เมื่อมาถึงสนามบิน ก็สามารถไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องถือของ ! Luggage Transfer-Porter Express

บทความล่าสุด

  1. คู่มือเที่ยวเบปปุ (Beppu) ฉบับสมบูรณ์ แช่ออนเซ็น ทัวร์ 7 บ่อนรก พร้อมสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่

  2. ตะลุย “ตลาดปลาคาราโตะ (Karato Market)” สวรรค์ของคนรักซูชิแห่งยามากุจิ พร้อมจัดเต็มที่พักและที่เที่ยวรอบ ๆ

  3. เที่ยวฟุกุโอกะ ย้อนเวลาสัมผัสเสน่ห์เมืองท่าที่ “ท่าเรือโมจิโกะ (Mojiko Retro)” พร้อมแผนเที่ยวและที่พักสุดฟิน

  4. แนะนำปราสาทโคคุระ (Kokura Castle) แลนด์มาร์กแห่งฟุกุโอกะ พร้อมพิกัดที่พักและที่เที่ยวรอบปราสาท

  5. ตะลุยพิพิธภัณฑ์มังงะคิตะคิวชู (Kitakyushu Manga Museum) สวรรค์ของสายการ์ตูน พร้อมพิกัดที่พักและที่เที่ยวรอบ ๆ

  6. ย้อนเวลาชิมของอร่อย ลุยย่านการค้าคาวาบาตะ (Kawabata Shopping Arcade) ถนนคนเดินสายเก๋าแห่งฟุกุโอกะ

  7. ปักหมุดเที่ยวฟุกุโอกะ! เจาะลึก “ศาลเจ้าคุชิดะ (Kushida Shrine)” ศาลเจ้าสำคัญแห่งฮากาตะ พร้อมแจกแพลนที่พักและจุดเช็กอินรอบทิศ

  8. แนะนำคาแนลซิตี้ ฮากาตะ (Canal City Hakata) อาณาจักรช้อปปิ้งกลางฟุกุโอกะ พร้อมพิกัดที่พักและที่เที่ยวเดินชิล

  9. ดื่มด่ำเสน่ห์ค่ำคืนแห่งฟุกุโอกะกับ “ย่านอาหารสตรีทฟู้ดนาคาสุ” พิกัดกิน เที่ยว พัก ครบจบในย่านเดียว

  10. เช็กอินหัวใจแห่งซัปโปโรกับ “สวนโอโดริ & หอคอยซัปโปโรทีวีทาวเวอร์” พร้อมที่พักและที่เที่ยวรอบทิศเดินถึงกันได้!

TOP