IMG BY : nippon
หากพูดถึงภูมิภาคโฮคุริคุ หลายคนอาจนึกถึงเมืองโบราณคานาซาวะหรือหมู่บ้านชิราคาวาโกะ แต่สำหรับผู้ที่มองหาพลังความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ถูกรังสรรค์มานับสิบล้านปี หน้าผาโทจินโบ (Tojinbo Cliff) ในจังหวัดฟุคุอิ ถือเป็นสถานที่ที่ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง
ที่นี่ไม่ใช่หน้าผาริมทะเลธรรมดา แต่เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่หาชมได้ยากระดับโลก โดยได้รับการยกย่องให้เป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแห่งชาติของญี่ปุ่น และเป็น 1 ใน 3 แหล่งเสาหินบะซอลต์โครงสร้างพิเศษของโลกอีกด้วย
สารบัญ
ไฮไลต์ห้ามพลาดเมื่อมาถึงหน้าผาโทจินโบ
ยืนท้าลมบนยอดผาเสาหินสูงกว่า 20 เมตร
IMG BY : nippon
แนวเสาหินของโทจินโบเกิดจากการแทรกดันของหินแมกมาปะทุขึ้นมาใต้พิภพเมื่อราว 12–13 ล้านปีก่อน และถูกเกลียวคลื่นลมแรงของทะเลญี่ปุ่นกัดเซาะจนกลายเป็นแท่งหินเหลี่ยมแนวตั้ง (Columnar Jointing) ทอดยาวตามแนวชายฝั่งกว่า 1 กิโลเมตร จุดเด่นที่สุดคือไม่มีรั้วหรือแนวกั้นตลอดขอบผา คุณสามารถก้าวขึ้นไปยืนสัมผัสลมทะเลและชมวิวฟองคลื่นสีขาวซัดเข้าใส่หน้าผาสูงชันกว่า 20 เมตรเบื้องล่างได้อย่างใกล้ชิด
Tips: เนื่องจากพื้นหินมีความลาดชันและลมกรรโชกแรง ควรเดินด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ห้ามเข้าใกล้ขอบผาจุดที่ลาดเอียง และหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นสูง
ล่องเรือชมผาจากด้านล่าง
IMG BY : tabimati
หากมองจากด้านบนผาว่าอลังการแล้ว การมองย้อนขึ้นมาจากผิวน้ำจะให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป เรือนำเที่ยวรอบโทจินโบจะพาวนเลียบชายฝั่งเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งระหว่างทาง กัปตันเรือจะชี้ชวนให้ชมเสาหินรูปทรงประหลาดที่ธรรมชาติสร้างขึ้น เช่น หินรังผึ้ง (Hachinosu-iwa) ที่มีรอยตัดของเสาหินที่ถี่จนดูคล้ายโครงสร้างรังผึ้ง หินเทียนไข (Rosoku-iwa) แท่งหินเดี่ยวปลายแหลมคล้ายลำเทียน หินสิงโต (Shishi-iwa) หินก้อนใหญ่ที่มีเหลี่ยมมุมคล้ายหัวสิงโตหมอบเฝ้าชายฝั่ง
ชมวิวพาโนรามาบนหอคอยโทจินโบ
IMG BY : kanko-sakai
สำหรับใครที่อยากได้ภาพมุมสูงโดยไม่ต้องเสี่ยงลมแรงริมขอบผา สามารถเดินมาที่หอคอยโทจินโบ (Tojinbo Tower) ซึ่งตั้งอยู่ตรงทางเข้า หอคอยนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 100 เมตร ตัวหอคอยสูง 55 เมตร ด้านบนมีจุดชมวิว 360 องศา มองเห็นทั้งแนวหน้าผาโทจินโบ เกาะโอชิมะ (Oshima Island) พร้อมสะพานสีแดงทอดยาว และในวันที่ฟ้าโปร่งจะสามารถมองเห็นเทือกเขาฮาคุซัง (Mount Hakusan) ได้อย่างชัดเจน
จุดชมพระอาทิตย์ตกดินติดอันดับ 1 ใน 100 ของญี่ปุ่น
IMG BY : kanko-sakai
โทจินโบได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น” (Japan’s Top 100 Sunsets) ในช่วงเย็น แสงแดดสีส้มทองจะสาดกระทบหน้าผาหินสีเทาดำ ตัดกับเกลียวคลื่นสีน้ำเงินเข้มของทะเลญี่ปุ่น ช่างภาพทั้งมืออาชีพและนักท่องเที่ยวมักจะมารอจับจองมุมถ่ายภาพบริเวณจุดชมวิวเพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ตะลุยกินบนถนนช็อปปิ้งโทจินโบ (Tojinbo Shopping Street)
เส้นทางเดินเท้าจากลานจอดรถมุ่งหน้าสู่หน้าผา จะผ่านถนนคนเดินสายสั้น ๆ อย่างถนนช็อปปิ้งโทจินโบที่เต็มไปด้วยร้านค้าขายของที่ระลึกและร้านอาหารทะเลสดปิ้งย่างส่งกลิ่นหอมชวนแวะ
ปูเอจิเซ็น
IMG BY : e-araya
ราชาแห่งปูหิมะของจังหวัดฟุคุอิ มีให้รับประทานเฉพาะฤดูกาลล่าปูในช่วงต้นพฤศจิกายน – มีนาคม เนื้อหวานฉ่ำและมันปูเข้มข้น
ข้าวหน้าอาหารทะเลสด
IMG BY : kanko-sakai
มีให้เลือกแทบทุกร้าน โดยเมนูนี้จะอัดแน่นด้วยกุ้งหวานเอจิเซ็น หอยเม่น ปลาหมึกสด และไข่ปลาแซลมอน
อาหารทะเลเสียบไม้ย่างเตาถ่าน
IMG BY : fuku-e
สำหรับอาหารเสียบไม้ย่างจะมีทั้งปลาหมึกย่างซีอิ๊ว หอยเชลล์ตัวโตเนยโชยุ และปลาอายุย่างเกลือ ทานง่ายและสามารถเดินไปทานไปได้
ซอฟต์เสิร์ฟถ่านหิน
IMG BY : tojinbo
ไอศกรีมสีดำเข้มตัดกับโคนขนมปัง ทำขึ้นเป็นสัญลักษณ์เลียนแบบหินบะซอลต์ของโทจินโบ
วิธีการเดินทางไปหน้าผาโทจินโบ
เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ
| เส้นทางเริ่มต้น | รูปแบบการเดินทาง | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| จากสถานี JR Fukui | นั่งรถไฟ Echizen Railway ไปลงสถานี Mikuni จากนั้นต่อรถบัส Keifuku Bus เพื่อไปลงที่ป้าย Tojinbo ได้เลย | ประมาณ 60 – 70 นาที |
| จากสถานี JR Awara Onsen | ขึ้นรถบัส Keifuku Bus จากหน้าสถานีมาลงที่ป้าย Tojinbo ได้โดยตรง | ประมาณ 50 นาที |
| จากเกียวโต / โอซาก้า | นั่งรถไฟด่วนพิเศษไปลงสถานี Tsuruga แล้วเปลี่ยนขึ้น Hokuriku Shinkansen ไปลงสถานี JR Awara Onsen หรือสถานี JR Fukui แล้วต่อรถบัส | ประมาณ 2 ชั่วโมง – 2 ชั่วโมงครึ่ง |
Tips: หากเดินทางด้วยรถบัส Keifuku Bus หลายเที่ยวในแถบนี้ แนะนำให้ซื้อตั๋ววัน Keifuku Bus 1-Day / 2-Day Pass ที่จุดจำหน่ายตั๋วสถานี Awara Onsen เพื่อความคุ้มค่า
เดินทางด้วยการเช่ารถยนต์ขับ
- จากเมืองคานาซาวะ (Kanazawa): ขับรถผ่านทางด่วน Hokuriku Expressway ออกทางแยก Kanazu IC ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
- ที่จอดรถ: มีลานจอดรถของร้านค้าและลานจอดรถเทศบาลใกล้ทางเข้าหน้าผา ค่าบริการเฉลี่ย 500 เยน หรือจอดฟรีเมื่อซื้อสินค้า / ทานอาหารในร้านที่กำหนด
สภาพอากาศและการเตรียมตัวตามฤดูกาล
- ฤดูใบไม้ผลิ & ฤดูร้อน (เมษายน – กันยายน): อากาศปลอดโปร่ง ทะเลค่อนข้างสงบ เรือท่องเที่ยวเปิดบริการสม่ำเสมอ แนะนำให้พกหมวกและทากันแดดเนื่องจากบนหน้าผาไม่มีร่มเงา
- ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม – พฤศจิกายน): อากาศเย็นสบาย แสงแดดยามเย็นสวยงามที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูทานปูเอจิเซ็น
- ฤดูหนาว (ธันวาคม – มีนาคม): ลมมรสุมจากทะเลญี่ปุ่นจะพัดแรงมาก คลื่นสูงซัดกระทบหน้าผาจนเกิดฟองโฟมสีขาวที่เรียกว่า “ดอกไม้แห่งคลื่น (Nami no Hana)” อุณหภูมิมักลดต่ำใกล้จุดเยือกแข็งและมีหิมะตก ต้องสวมเสื้อกันหนาวกันลมอย่างดี และสวมรองเท้ากันลื่นเท่านั้น
หน้าผาโทจินโบไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดแวะพักเพื่อถ่ายรูปเท่านั้น แต่เป็นสถานที่ที่ให้คุณได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ทั้งแนวเสาหินบะซอลต์ที่หาชมได้ยากระดับโลก อาหารทะเลสดใหม่สไตล์ฟุคุอิ และจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามตราตรึงใจ หากคุณกำลังวางแผนมาเที่ยวภูมิภาคโฮคุริคุ หรือมองหาที่เที่ยวญี่ปุ่นที่มีกลิ่นอายความอลังการของธรรมชาติริมทะเล การเดินทางมาเยือน “หน้าผาโทจินโบ” จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุ้มค่าและเติมเต็มทริปฟุคุอิของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ








